งสนามประลอง
หลังจากเด็กสาวนางนั้นออกไป ภายในหอหนังสือก็เงียบงันอยู่ชั่วขณะ ทันใดนั้น ก็มีคนพูดเสียงดังขึ้นมาว่า “นี่นับว่าเป็นฉากที่น่าดูนัก ลูกศิษย์ใหม่ ผู้มีพลังเซียนขั้น 8 ประลองกับบุคคลที่ถือว่ามีพลังในขั้น 9 หากใครไม่ดูก็นับว่าโง่แล้ว” ชายคนหนึ่งผู้ซึ่งสวมในเครื่องแบบของโรงเรียน กล่าวออกมา และวิ่งออกจากหอหนังสือ
หลังจากนั้น คนอื่นก็ตามออกไป ไม่นานนัก ลูกศิษย์ไม่กี่คนที่กำลังอ่าน ก็นำหนังสือไปเก็บที่ชั้นหนังสือ และออกไปจากหอหนังสือ และวิ่งตรงไปยังสนามประลอง
สนามประลองของโรงเรียนถูกสร้างไว้ที่มุมด้านหนึ่งของสนามกีฬา ซึ่งภายในประกอบไปด้วยแท่นวงกลม 5 แท่น แท่นหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 20 เมตร แต่อย่างไรก็ตาม ภายในสนามประลองไม่ได้ใหญ่มากและสามารถจุผู้ชมได้ราว 100 คน มิฉะนั้นการแข่งขันประลองฝีมือของลูกศิษย์ใหม่ที่พึ่งผ่านมาไม่กี่วันคงไม่ต้องอาศัยสนามชั่วคราวที่ปรับมาจากเวทีของสนามกีฬา
เมื่อเจี้ยนเฉินมาถึงสนามประลอง เขาเพียงเหลือบมองกาดิเหลียงซึ่งยืนกอดอกอยู่คนเดียวบริเวณนั้นด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง กาดิซิ่วหลียืนอยู่ใต้แท่นประลอง ไม่ไกลจากนั้นนัก มีลูกศิษย์จำนวนไม่มากซึ่งสวมเครื่องแบบของสำนักกำลังนั่งพูดคุยกันอย่างถูกคอ
เมื่อมองเห็นเจี้ยนเฉินกำลังเดินมาถึง กาดิเหลียงผู้ซึ่งยืนอยู่บนแท่นประลอง ยิ้มเยาะและตะโกนออกมา “มานี่ ข้าคิดว่าเจ้ามันขี้ขลาด ไม่กล้าที่จะมา!”
“หืม ! ” เจี้ยนเฉินส่งเสี