ได้ที่ลูกศิษย์ผู้ยากจนเหล่านั้นจะรู้สึกตื่นเต้น พวกเขาทั้งหมดเริ่มสาบานในใจกับตัวเองว่า เพื่อเหรียญม่วง พวกเขาจะต้องพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะได้ติดห้าสิบอันดับแรก
มองไปที่การแสดงออกอย่างร่าเริงบนใบหน้าเหล่าสามัญชนผู้ยากไร้ บางส่วนของคนชั้นสูงก็มองด้วยความรังเกียจ 1 เหรียญม่วงอาจจะเป็นเงินจำนวนไม่น้อยสำหรับสามัญชน แต่สำหรับคนชั้นสูง มันมีค่าเพียงเล็กน้อย แม้แต่เจี้ยนเฉินก็มีถึงเงินติดตัวมาถึง 50 เหรียญม่วงเพื่อที่เขาจะใช้จ่ายได้ตามปรารถนา
การแข่งขันประลองฝีมือของลูกศิษย์เริ่มขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน หมายเลขของลูกศิษย์ก็ถูกเขียนขึ้นมา อย่างไรก็ตามชื่อถูกเขียนขึ้นมาในกระดาษเพื่อจับสลาก ทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นตัวเลขบนพวกมัน
ทั้งสองกระถาง มีป้ายชื่อที่แตกต่างกันหนึ่งในกระถางสำหรับลูกศิษย์ที่มาถึงระดับแปด ขณะที่อีกกระถางหนึ่งสำหรับผู้ที่มาถึงระดับเก้า ด้วยวิธีนี้จะทำให้แน่ใจว่าลูกศิษย์คนใดที่ต่อสู้กับลูกศิษย์อีกคนที่มาจากระดับที่แตกต่างกันและทำให้สามารถคาดเดาผลของการต่อสู้ได้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มต้น
แม้ว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของสำนักคากัตในการรับศิษย์คือการก้าวถึงระดับแปดของพลังเซียน ทุกปียังคงมีอัจฉริยะหน้าใหม่ที่บ่มเพาะพลังได้ตามเกณฑ์ นอกจากนี้ยังอาจจะกล่าวได้ว่ามีอัจฉริยะอยู่ไม่กี่คนในครอบครัวชั้นสูงที่ได้รับสมบัติบางอย่างซึ่งทำให้เด็กใหม่เหล่านี้สำเร็จถึงขั้นเก้า และถูกยอมรับให้เข้าสำน