ี่ตัวใหญ่หนักกว่าเขาเกือบ 100 ปอนด์ถูกส่งลอยออกไปไกลถึง 5 เมตร และที่สำคัญ บ่าวรับใช้ผู้นั้นก็ยังเป็นมีพลังเซียนระดับสามอีกด้วย”
เมื่อได้ยินเจียงไป่กล่าว ตาของเจียงหยางป้าเบิกกว้างในข่าวใหม่ที่ได้ยิน
เจียงไป่จ้องมองไปยังท่านผู้นำตระกูลและหลังจากลังเลใจอยู่สักพัก เขายังคงพูดต่อ “นายท่าน นอกจากนี้ ข้ายังได้ข่าวอะไรบางอย่างอีก เมื่อเร็ว ๆ นี้นายน้อยสี่ได้ต่อสู้กับนายน้อยสามโดยใช้เพียงกิ่งไม้ นายน้อยสี่ก็โค่นล้มนายน้อยสามลงได้”
“อะไรนะ! เซียงเอ๋อ ต่อสู้กับเค่อเอ๋อ และเซียงเอ๋อเป็นผู้ชนะ?” เป็นครั้งที่สองที่ดวงตาของเจียงหยางป้าเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม
“นั่นถูกต้องแล้ว นายท่าน นายน้อยสี่ใช้เพียงกิ่งไม้ ขณะที่นายน้อยสามใช้ขวานไม้” เจียงไป่กล่าวเสริม
“นั่นมันเป็นไปได้อย่างไร!” เจียงหยางป้าแทบจะบินออกจากเก้าอี้อีกครั้ง “เซียงเอ๋อไม่สามารถใช้พลังเซียนขณะที่เจียงหยางเค่ออายุมากกว่าถึง 3 ปี มิหนำซ้ำยังฝึกฝนพลังเซียนระดับสาม ประกอบกับเค่อเอ๋อฝึกฝนวรยุทธ์ในทุก ๆ วัน แล้วเขาจะพ่ายแพ้แก่เซียงเอ๋อได้อย่างไร”
ฉวยหยิบกิ่งไม้ที่อยู่ภายในเสื้อ เจียงไป่ส่งมันไปให้เจียงหยางป้าและกล่าวต่อ “นายท่าน นี่เป็นกิ่งไม้ที่นายน้อยสี่ใช้โจมตีนายน้อยสาม”
เจียงหยางป้าหยิบกิ่งไม้ที่มีขนาดไม่หนาไปกว่านิ้วมือของเขา ตรวจสอบมันไปรอบ ๆ เขาค้นพบลักษณะของคราบเลือดที่แห้งกรัง
เจียงหยางป้าสนใจเพียงคราบเลือดบนกิ่งไม้นั้น ขณะที่ปกป