ันเช่นนั้นก็ชัดเจนว่ามันยากเกินไป เจียงหยางเค่อขว้างมันไปที่เจี้ยนเฉินด้วยเหตุผลที่ว่าเขาต้องการทำให้เจี้ยนเฉินอับอายขายหน้าด้วยตัวของเขา ขณะที่เขาทำเหมือนกับมีน้ำใจ
เจี้ยนเฉินถือขวานไม้ไว้ในมือและเริ่มตรวจสอบ ขวานนี้มันถูกสร้างออกมาอย่างหยาบ ๆ เพียงรูปร่างขวาน ขณะที่ตัวขวานมันก็เกือบจะไม่มีอยู่ แม้ว่าเขาจะพยายามฟันมันไปที่ผู้คน มันแทบจะไม่สามารถสร้างอันตรายในจุดสำคัญได้เลย อย่างดีขวานมันก็แค่สร้างบาดแผลฟกช้ำได้แค่นั้น
มองดูเจี้ยนเฉินถือขวานที่หนักถึงสิบปอนด์ได้อย่างง่ายดาย ดวงตาของเจียงหยางเค่อไม่สามารถปกปิดความตกตะลึง เขาไม่คาดฝันว่าจะเป็นเช่นนั้น
เจี้ยนเฉินจ้องมองไปที่เจียงหยางเค่อและพูดเจือหัวเราะ “พี่สาม บางทีท่านควรจะใช้ขวานนี้แทน” ทันใดนั้นเขาพูด แล้วขว้างขวานนั้นกลับไปยังเจียงหยางเค่อ
หลังจากจับขวานที่ถูกขว้างมาอย่างง่ายดาย เจียงหยางเค่อเริ่มรู้สึกคลางแคลงใจ “น้องสี่ เจ้าจะต้องการสู้กับข้าด้วยมือเปล่า?”
เจี้ยนเฉินเริ่มหัวเราะขณะที่เขาสั่นศีรษะ คว้าเอากิ่งไม้ที่ยาวราว 1 เมตร ริดกิ่งไม้เล็ก ๆ ออกไป ในมือขวาเจี้ยนเฉินมีเพียงกิ่งไม้อันเดียว
“นี่เป็นอาวุธข้า” ยกกิ่งไม้ในมือ เจี้ยนเฉินหัวเราะอย่างอ่อนโยน
เจียงหยางเค่อจ้องมองกิ่งไม้เล็ก ๆ ที่ซึ่งมีขนาดเท่าตะเกียบในมือของเจี้ยนเฉินก็เริ่มหัวเราะ เขาไม่เพียงไม่โกรธ เขาอาจจะทำให้เจี้ยนเฉินพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดาย ในที่สุดความฝันที่จะทำ