ะเดินไปรอบ ๆ คฤหาสน์เจียงหยางด้วยตัวคนเดียว แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้คุ้มกันเดินตรวจตราไปรอบ ๆ บริเวณนั้น ในเวลานั้นสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป บางคนเยาะเย้ย ขณะที่บางคนมองเขาอย่างดูถูกเหยียดหยาม แต่เพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่มองเขาด้วยความเห็นใจ ในความเป็นจริง เรื่องที่เจี้ยนเฉินพิการเป็นความลับที่รู้กันเพียงแค่ในตระกูลเท่านั้น และแม้กระทั่งเหล่าผู้คุ้มกันก็ยังมองเขาด้วยสายตาที่แตกต่างไป
แต่เจี้ยนเฉินเลือกที่จะมองข้ามพวกเขา ท้องของเขาร้องขึ้นด้วยความหิว และด้วยเหตุนี้เจี้ยนเฉินเลือกที่จะถอนหายใจเล็ก ๆ เวลานี้เขาต้องการไปยังห้องครัว
มันก็ยาวนานมาแล้ว ตั้งแต่ที่เขาไปเป็นเพื่อนกับมารดาของเขามื้อเย็นในห้องโถงด้วยกันกับทุกคน ทุกวันนี้ เขาจะไปห้องครัวด้วยตัวเขาเพื่อที่จะกินอาหารเช้า และมีเพียงมื้อเที่ยงและเย็นที่เขาจะร่วมทานกับมารดาและบางครั้งก็มีป้าของเขาร่วมด้วย
เมื่อเจี้ยนเฉินเดินไปถึงห้องครัว ข้ารับใช้นับร้อยวิ่งตรงมา ในโรงครัวนึ้ค่อนข้างใหญ่แต่วุ่นวาย เมื่อยืนขึ้นจะได้กลิ่นควันไฟจากหม้อน้ำ
“โอ้ ! นั่นมันนายน้อยสี่มิใช่หรือ? นายน้อยสี่มายังห้องครัว ไฮ้ นี่มันไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมนักกับนายน้อยเลยนะ โรงครัวแห่งนี้มันเต็มไปด้วยบ่าวรับใช้ชั้นต่ำ ทำไมท่านถึงมาที่นี่ได้ล่ะ ? ” เสียงเอ่ยนั้นมาจากชายรับใช้ที่อายุราว 20 ปี เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แปลก มันชัดเจนว่าพวกมันมีเจตนาที่จะเยาะเย้ยเจ