่างแน่นอน
รอจนกระทั่งประตูเปิดออก เจี้ยนเฉินได้เดินเข้าไปในทันทีโดยปราศจากการขัดขวางของผู้คุ้มกันทั้งสอง พวกเขาแทบจะเหมือนกับหุ่นไม้แกะสลัก ที่ยืนหลังตรงไม่แสดงท่าทีใด ๆ แม้แต่ตอนที่เจี้ยนเฉินปรากฏตัว พวกเขาทั้งสองไม่แม้แต่จะทักทายเขาเสียด้วยซ้ำ
เจี้ยนเฉินได้เข้าไปข้างในหอหนังสือ สายตาของเขาได้เผชิญกับทางเดินที่ยาวและแคบ ด้านนอกเป็นช่วงเวลากลางวัน แสงที่สาดส่องเข้ามาภายในช่างสวยงามยิ่งนัก บนผนังทางเดินประดับไปด้วยไข่มุกจันทราเม็ดใหญ่ที่คอยให้ความสว่างแก่ห้องโถงนี้ ทางเดินนี้มีความยาวพอสมควรก่อนจะเจอทางแยกสองทาง เจี้ยนเฉินคาดว่าต้องเดินลัดเลาะไปตามหอคอยแต่ละฝั่งก่อนที่บรรจบกันที่จุดหนึ่ง
“นายน้อยสี่ ท่านผู้นำบอกว่าท่านเข้าไปได้เพียงแค่หอหนังสือฝั่งซ้ายเท่านั้น ” เสียงที่มีอายุดังขึ้นมาช้า ๆ จากเงาที่มีรูปร่างสูงใหญ่
หลังจากที่ได้ยินเสียงนี้เจี้ยนเฉินหันหลังกลับไป แม้ว่าแสงสว่างบนหอหนังสือจะเลือนราง แต่เขาสามารถระบุสิ่งที่อยู่กึ่งกลางของเงานั่นได้ เป็นชายชราผมสีขาวที่เต็มไปด้วยริ้วรอย สวมชุดฉางเป่าสีเงินบริสุทธิ์ เขาดูค่อนข้างธรรมดาไปสักนิด ไม่มีผู้ใดสงสัยว่าเขาเป็นอย่างอื่นนอกจากชายแก่ธรรมดา ๆ เท่านั้น
ไม่ว่าเจี้ยนเฉินจะมองชายแก่มากเท่าไรก็ตาม เขาก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากเป็นคนธรรมดาเท่านั้น ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าดูแคลนชายชราคนนี้ เพราะสัญชาตญาณภายในได้บอกแก่เขาว่าชายชราคนนี้เป็นยอดฝ