าก็ได้รับความเคารพนับถืออย่างดีเทียบเท่าผู้นำของคฤหาสน์นี้
รอยยิ้มประดับบนใบหน้าของเจียงไป่ ขณะที่มองเจี้ยนเฉินอย่างคาดหวัง ตอนเจี้ยนเฉินอายุเพียง 6 เดือนเขาก็สามารถเดินได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องให้ใครช่วยและเขาเรียนรู้ได้เร็วมาก เขาสามารถพูดได้ตอนอายุเพียง 8 เดือนเท่านั้น ไม่ใช่แค่พูดได้ชัดเจน แต่ยังสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ ด้วยความสำเร็จเพียงสองสิ่งนี้ ทำให้เจี้ยนเฉินได้ถูกเรียกขานว่าเป็นอัจฉริยะ หลายคนต่างเฝ้ารอคอยวันที่เขาได้เติบโตขึ้น
ในเวลากลางคืนเจี้ยนเฉินได้ออกไปพร้อมกับมารดาของเขา ‘ ไป๋หยุนเทียน ‘ เพื่อไปทานอาหารเย็นที่ห้องอาหาร ห้องอาหารที่ทั้งคู่นั่งอยู่นั้นมีความพิเศษ มีเพียงผู้นำคฤหาสน์ เหล่าภรรยาและบุตรทั้งหลายเท่านั้น
เมื่อไป๋หยุนเทียนและเจี้ยนเฉินมาถึงห้องอาหาร หญิงสาวที่งดงามทั้งสามได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทรงกลมตัวหนึ่ง พวงนางดูอายุราว 20 ปี สองในสามกำลังอุ้มเด็กอยู่ในอ้อมแขน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชาย อีกหนึ่งเป็นเด็กสาว เด็กชายอายุราว ๆ 3-4 ขวบ แข็งแรงสมบูรณ์แต่อวบอ้วน เขาเป็นลูกคนที่สามของเจียงหยางป้า มีนามว่าเจียงหยางเค่อ
ขณะที่เจียงหยางเค่อมองเห็นเจี้ยนเฉิน ความเป็นอริและความเกลียดชังผุดขึ้นมาในดวงตาของเขา เห็นได้ชัดเจนว่าเขาตั้งใจจะทำอะไรบางอย่าง ไม่ว่าใครก็สามารถบอกได้ว่าเขาไม่ถูกกับเจี้ยนเฉิน
หญิงสาวทั้งสี่ต่างรับรู้ถึงความเป็นปรปักษ์ที่ได้แผ่ออกมาจากเจียงหยางเค่อไปยังเ