บนยอดเขาซึ่งรายล้อมพวกเขาอยู่ เศษหินนับไม่ถ้วนได้ตกสู่พื้นด้านล่างจากความสูงราวพันเมตร
เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ เจี้ยนเฉินและต๊กโกวคิ้วป่ายได้ปะทะกันนับหลายร้อยกระบวนท่า จากนั้นทั้งคู่ได้เหาะกลับไปยังยอดเขาเดิมอีกครั้ง แต่เดิมเสื้อผ้าของพวกเขานั้นไม่มีร่องรอยความเสียหายแต่ตอนนี้ปรากฏร่องรอยฉีกขาดมากมาย
ต๊กโกวคิ้วป่ายมีท่าทางจริงจัง “กระบี่ที่รวดเร็วนั่นมันอะไรกัน ไม่สงสัยเลยว่าทำไมผู้คนในเจียงหู่ถึงไม่มีใครสามารถเอาชนะเจ้าได้ แต่ทว่ามันไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า” ต๊กโกวคิ้วป่ายชะงักก่อนพูดต่อว่า “ถ้ายังเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไป คงยากที่จะตัดสินผลแพ้ชนะ ข้าว่าพวกเราควรตัดสินกันด้วยการโจมตีเพียงกระบวนท่าเดียว โดยใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุด” ทันใดนั้นต๊กโกวคิ้วป่ายได้ระเบิดพลังออกมา มันดูเหมือนกระบี่ขนาดยักษ์พุ่งทะลุสู่ท้องฟ้า
ใบหน้าของเจี้ยนเฉินเปลี่ยนเป็นจริงจัง จากนั้นเขาได้ปลดปล่อยพลังจำนวนมากออกมา ไม่ด้อยไปกว่าต๊กโกวคิ้วป่ายเลย
คลื่นพลังของทั้งสองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปกคลุมท้องฟ้าและพื้นดิน เติมเต็มไปทั่วอาณาเขต คลื่นพลังของทั้งสองแผ่เข้าปกคลุมภูเขาทั้งลูก แม้แต่เมฆบนท้องฟ้าก็ได้กลายไปเป็นหลุมขนาดใหญ่จากพลังของทั้งสองคน กระแสลมอันบ้าคลั่งเริ่มส่งเสียงกรีดร้อง เสียงบาดแก้วหูคล้ายกับภูติผีกำลังร่ำไห้อยู่ในกระแสลม ด้านล่างในป่ามีสัตว์ป่าจำนวนนับไม่ถ้วน ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความสะพร