วล้อเลียนอยู่หลายส่วน
ไม่รู้ว่าเมิ่งซีโจวกลับไปนั่งบนเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อใด มือข้างหนึ่งเท้าคางไว้ ส่วนอีกข้างก็ใช้นิ้วเคาะลงบนโต๊ะเบาๆอย่างไม่ใส่ใจ
“ช่างประหลาดนัก ตอนข้าอยู่ในเรือน สาวใช้กลับบอกว่าข้ามิได้อยู่ ส่วนพี่หญิงนั้น ทั้งที่เห็นๆกันอยู่ว่ามิได้อยู่ภายในเรือน แต่สาวใช้ในเรือนทุกนางกลับยืนกรานว่านางอยู่”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนหวานดังวกวนประหนึ่งกำลังขับงิ้ว
“ยิ่งไปกว่านั้น บรรดายามที่เฝ้าหน้าประตูก็ช่างสายตาดีเลิศนัก ถึงขั้นแยกแยะระหว่างข้ากับพี่หญิงไม่ออกเชียวรึ?”
หากจะกล่าวหาว่าเป็นเพราะเมิ่งซีโจวดูแลคนในเรือนฉงหัวของตนไม่ดี ก็ยังพอจะฟังขึ้น แต่หากคนทั้งจวนล้วนมีปัญหา เช่นนั้นย่อมจะโทษผู้ใดมิได้แล้ว นอกเสียจากต้องโทษฮูหยินเมิ่งผู้นี้!
วาจาเหน็บแนมแผ่วเบานี้ เปรียบดั่งการซัดน้ำโสโครกที่ฮูหยินเมิ่งเพิ่งจะสาดใส่นางเมื่อครู่ ให้ย้อนกลับคืนอีกฝ่ายโดยตรง
ฮูหยินเมิ่งหันขวับไปจ้องเมิ่งซีโจวตาเขม็ง แววตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตและกลิ่นอายสังหารรุนแรง ที่ยามนี้แทบจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างและพวยพุ่งออกมาเสียให้ได้ นางแทบอยากจะโถมเข้าไปฉีกทึ้งริมฝีปากที่กำลังยิ้มละไมดุจบุปผานั้นให้แหลกเป็นชิ้นๆ!
แต่ก็มิอาจทำเช่นนั้นได้! ยามนี้หาใช่เวลาจะมาถือสาห