เมิ่งซีโจวพลันหวนระลึกถึงเมื่อชาติปางก่อน ยามที่นางหนีกลับมาถึงเมืองหลวงได้แล้ว เวลานั้นซ่งเฉิงจี้เองก็ได้ขึ้นครองราชย์แล้ว ส่วนเมิ่งหนานอี้ในฐานะฮองเฮา ก็กำลังเดินมาถึงที่หน้าประตูเมือง เพื่อตั้งโรงทานแจกข้าวต้มให้แก่เหล่าผู้ลี้ภัยด้วยตัวเอง
เวลานั้น นางหิวโหยจนไส้แทบขาด หาได้รู้ไม่ว่าผู้ใดเป็นเจ้าภาพโรงทานแห่งนี้ เพียงยืนต่อท้ายแถวที่ยาวเหยียด หมายขอรับข้าวต้มสักถ้วยไปกินประทังชีวิต
ครานั้น นางเพิ่งผ่านการเดินทางรอนแรมอย่างยากลำบากมา ใบหน้าจึงสกปรกมอมแมม เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ทั้งขาดทั้งเก่า อาภรณ์ซอมซ่อมิต่างอันใดจากผู้ลี้ภัยทั้งหลายเลยสักนิด ผู้คนล้วนเห็นนางเป็นหญิงอาภัพเช่นเดียวกับพวกตน จึงได้เล่าให้นางฟังว่า แม้แต่ฮองเฮายังเสด็จออกมาตั้งโรงแจกจ่ายข้าวต้มให้แก่ผู้ลี้ภัยด้วยตนเอง
นางเขย่งปลายเท้าชะเง้อมองผ่านฝูงชนไป จึงได้เห็นใบหน้าของเมิ่งหนานอี้ซึ่งยังงดงามสดใสดุจเดิมมิมีเปลี่ยน แม้นางจะแต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่าย ทว่าลวดลายหงส์บนฉลองพระองค์นั้นกลับเด่นชัดอย่างหาใดเปรียบมิได้
นางพึมพำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “บัดนี้ฮ่องเต้คือผู้ใดกัน…”
เหล่าผู้ลี้ภัยต่างพากันกดเสียงกระซิบต่ำขานตอบว่า “จะเป็นผู้ใดไปได้อีกเล่า ก็เป็นอดีตองค์รัชทายาทน่ะสิ”
เมิ่งซีโจวพลันล่วงรู้ในบัด