เอาเปรอะเปื้อนเต็มอาภรณ์ที่สวมใส่
“ข้าอุตส่าห์ใจดีต่อชีวิตให้ท่านแท้ๆ ไฉนจึงไม่รู้จักรับน้ำใจเล่า?”
ดวงตาของเมิ่งซีโจวหม่นประกายลงทันใด สื่อสะท้อนชัดเจนว่าเริ่มจะหมดความอดทนมากขึ้นทุกทีแล้ว
“อย่างไรเล่า? ยมบาลกวักมือเรียกหาที ท่านก็ตื่นเต้นดีใจจนตัวสั่นแล้วรึ ดูท่าคงอยากจะตกนรกอเวจีเสียเหลือเกินกระมัง? ประหยัดลมหายใจไว้รอดูลูกตัวเองตายให้ครบทุกตัวก่อนเถิด ถึงเวลานั้นเมื่อใด ท่านก็จะได้ตายสมใจแน่นอน!”
“ถุย!”
แม่เ่าจางพ่นถุยน้ำลายใส่ ก่อนจะส่งเสียงแหบแห้งด่าทอต่อ
“นังสัตว์นรก! เกิดมามีชาติสกุลแท้ๆแต่กลับไร้การอบรมสั่งสอน! นังหญิงวิปลาสชั่วช้าต่ำทราม! เดรัจฉานเยี่ยงเจ้ารึจะมีเจตนาอันดีและมีน้ำใจเช่นนี้?”
“แต่ข้ายังนับว่าดีกว่าท่านนัก ทั้งสามีทั้งลูกล้วนตายกันหมดสิ้น ปากเหม็นเยี่ยงโถส้วมของเจ้า พ่นแต่คำสกปรกโสมมไปวันๆ ต่ำช้าเสียยิ่งกว่าคณิกาเ่าเร่ขายตัวเสียอีก”
สิ้นคำสวนด่า เมิ่งซีโจวก็ยกถ้วยยาต้มร้อนๆที่ยังมีควันคุกรุ่นอยู่ เทราดชโลมไปทั่วทั้งศีรษะของอีกฝ่ายโดยตรง!
“อ๊ากกก—!!”
ยาต้มร้อนๆไหลชโลมไปตามเส้นแล้วหยดย้อยติ๋งๆลงมา ไหลเลอะลวกทั้งดวงตาและใบหน้าของนางจนปวดแสบปวดร้อนไปหมด
เมิ่งซีโจวปล่อยให้แม่เ่าจางดีดดิ้นไปมาราวกับสุนัขถูกน้ำร้อนลวก กรีดร้องเสียงสั่นดังลั่น