แม่เ่าจางทำได้เพียงแค่กลืนคำก่นด่าสาปแช่งที่แสนจะหยาบช้าทั้งหมดกลับลงท้องไปด้วยความฝืนใจยิ่ง ก่อนจะหันหลังเดินนำเมิ่งซีโจวจากไปด้วยความอัดอั้นคับแค้นใจเป็นอย่างมาก
ครั้นเมื่อมาถึงเรือนตระกูลจาง หญิงชราใบหน้าเหี่ยวย่นอำมหิตก็ผลักร่างของเมิ่งซีโจวเข้าไปในห้องของจางจื้อ ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเปรี้ยวทันที
“โครม!”
ก่อนจะตามมาด้วยเสียงประตูที่ถูกกระชากปิดลงอย่างแรง
“ถอดอาภรณ์ของเจ้าออกเสีย! แล้วก็ปรนนิบัติสามีของเจ้าให้ดี! เมื่อขึ้นเตียงร่วมหลับนอนกับสามีแล้ว เจ้าก็ต้องระลึกถึงบุญคุณของครอบครัวสามีให้มาก! หากเจ้ายังกล้าเล่นลูกไม้อันใดอีก คอยดูเถิดข้าจับเจ้าถลกหนังออกเสีย!”
ภายในห้องเหม็นเปรี้ยวที่มีเพียงแสงสลัว เมิ่งซีโจวกวาดตามองเรือนไม้ผุพัง ซึ่งในชาติก่อนเปรียบประดุจคุกในขุมนรกสำหรับนาง สายตาทั้งคู่ของนางมาหยุดลงที่ร่างบนเตียงของจางจื้อ — ศีรษะอ้วนใหญ่ ใบหูโต ริมฝีปากห้อย น้ำมูกใสไหลย้อยออกมาเป็นสาย
ดวงตาคู่นั้นของเขาพลันมืดครึ้มจนผิดวิสัย ก่อนจะค่อยๆเหลียงมองมาทางนาง ภายในร่างของเขายามนี้หาได้มีความไร้เดียงสาของเด็กอีกไม่ กลับประดุจอสูรร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่ออย่างนางไม่วางตา
กลิ่นอายแฝงอันตรายพลันแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องคับแคบปิดทึบแห่งนี้