ในเวลาเดียวกัน ณ โลกภายนอก ชางอูและเฮยเจ๋อได้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายเทเลพอร์ตของเมืองท่าเยว่หนีกลับไปยังเผ่าแล้ว
สิบห้านาทีต่อมา ภายในบ้านหินที่อยู่ลึกเข้าไปในเผ่า
ผู้อาวุโสใหญ่จ้องมองหยกสื่อสารในมือด้วยความตกตะลึง เขากำลังตรวจสอบข้อความที่ผู้อาวุโสรองส่งมาในช่วงก่อนตาย ส่วนชางอูและเฮยเจ๋อก็ยืนอยู่ข้างๆ อย่างประหม่า
ใช้เวลานานอยู่นาน หลังจากนั้นผู้อาวุโสใหญ่ก็เก็บหยกสื่อสารพร้อมกับสีหน้าเคร่งขรึม
“ผู้อาวุโสใหญ่ คุณคิดว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?” ชางอูถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
ผู้อาวุโสใหญ่ถอนหายใจยาว “ผู้อาวุโสรองส่งข้อความนี้มา แสดงว่าสถานการณ์ตอนนั้นวิกฤตมาก และตอนนี้พวกนายสองคนก็หนีกลับมาได้ แต่เขากลับยังไม่กลับมา เกรงว่าจะเจอเรื่องร้ายแรงแล้ว”
สีหน้าชางอูเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ผู้อาวุโสใหญ่ ถ้าอย่างนั้นพวกเราควรจะรีบไปช่วยเหลือพวกเขาตอนนี้เลยไหมครับ?”
เฮยเจ๋อก็รีบพูดขึ้นมาเช่นกัน “ใช่แล้ว สถานการณ์วิกฤต พวกเราต้องรีบไป ไม่เช่นนั้นผู้อาวุโสรองและคนอื่นๆ…”
แต่ผู้อาวุโสใหญ่กลับส่ายหัวเล็กน้อย “ตอนนี้คงจะสายไปแล้ว”
ชางอูตกใจ “หรือว่าผู้อาวุโสรองและคนอื่นๆ…”
ผู้อาวุโสใหญ่ “เฮ้อ…เกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น”
เฮยเจ๋อขมวดคิ้ว “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นบนวิหารหมื่นสรรพสิ่งกันแน่