น้องสาวก็เป็นห่วงมากเลยค่ะ”
ขณะนั้น รูปโปรไฟล์ของหลิวหยวนก็กะพริบขึ้น
หลิวหยวน : “พวกนายโง่หรือไง? ที่ฉินเฟิงไม่ตอบก็หมายความว่าความคืบหน้าของเขาไม่สู้ดีน่ะสิ คงจะแย่กว่าอามีร์มากแน่ๆ เขาเลยไม่พูดดีกว่า จะได้ไม่บั่นทอนกำลังใจของทุกคน”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ทุกคนก็ชะงักไปชั่วขณะ เพราะคำพูดนี้ดูเหมือนจะมีเหตุผล หรือว่าความคืบหน้าของฉินเฟิงจะแย่กว่าอามีร์มากจริงๆ … เมื่อคิดเช่นนี้ ทุกคนก็เริ่มตื่นตระหนก
หลิวหยวน : “ทุกคน อันที่จริงก็โทษฉินเฟิงไม่ได้หรอก เขาเริ่มต้นช้ากว่าอามีร์ ก่อนจะเริ่มเดิมพันเขายังอยู่แค่ระดับหก อีกทั้งในหมู่บ้านของเรามีเพียงสองคนที่ตื่นรู้พรสวรรค์ระดับ C คนหนึ่งคือหลิวเซวียน อีกคนก็คือเขา”
หลิวหยวน : “พวกนายให้คนที่พรสวรรค์แค่ระดับ C และยังอยู่ระดับหก ไปเอาชนะอามีร์คนนั้น มันก็ยากเกินไปจริง”
“ฮือๆ หลิวหยวน นี่เป็นเรื่องจริงหรือ? ฉันไม่อยากแพ้เลย ฉันไม่อยากถูกลดค่าสถานะยี่สิบหน่วย”
“บ้าเอ๊ย ถึงจะแพ้ ฉันก็ไม่อยากแพ้พวกประเทศภารตะที่ชอบอึวัวหรอกนะ!”
หลิวหยวน : “เฮ้อ ฉันก็ไม่อยากแพ้หรอก แต่นี่คือความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
อู๋หย่งโกรธจัด : “หลิวหยวน แกเอาแต่พล่ามทั้งวัน รู้จักแต่ทำลายขวัญกำลังใจของพวกเรา แกหุบปากซะทีจะได้ไหม?”
หลิวหยวน : “อู๋หย่ง ฉันพูดความ