ูดถึงสัตว์อสูรระดับเจ็ดเลย ฉันคิดว่าคุณฉินเฟิงอาจจะฆ่าสัตว์อสูรระดับเจ็ดไม่ได้”
“ฮือๆๆ แย่แล้ว อามีร์คนนั้นสามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับเก้าได้ แถมยังเลื่อนระดับถึงเจ็ดแล้วด้วย”
“คนด้านบนอย่าเพิ่งท้อแท้ไป พวกเรารวมพลังกัน เพื่อช่วยคุณฉินเฟิงให้เลื่อนระดับเป็นแปดให้เร็วที่สุด”
“พูดถูก พวกเราต้องสามัคคีกัน เราจะไม่มีวันยอมแพ้จนกว่าจะถึงที่สุด”
“ถูกต้อง พวกเราต้องรีบติดต่อคุณฉินเฟิง ถามว่าเขาต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง พวกเราทั้งหมู่บ้าน จะร่วมมือกันอย่างเต็มที่”
“คุณฉินเฟิง คุณอยู่ไหม? คุณรีบออกมาเถอะ”
ในเวลานั้น รูปประจำตัวของหลิวหยวนก็กะพริบขึ้นมา
หลิวหยวน : “คนด้านบน อย่าเพิ่งโวยวายเลย ต่อให้ฉินเฟิงออกมาแล้วจะทำอะไรได้? ฉินเฟิงกับอามีร์ อยู่คนละดับกัน ความแข็งแกร่งแตกต่างกันมาก หมู่บ้านของเราแพ้แน่นอน”
อู๋หย่ง : “หลิวหยวน นายอีกแล้วเหรอ ทำไมถึงได้ชอบพูดในแง่ร้ายนักนะ”
หลิวหยวน : “เฮ้อ ฉันไม่ได้พูดในแง่ร้าย ฉันแค่พูดความจริง นายคิดว่าฉินเฟิงจะฆ่าสัตว์อสูรระดับเก้าได้เหรอ? ตอนนี้เขาเพิ่งจะระดับหกเอง แต่อีกฝ่ายก็ระดับเจ็ดแล้ว เรามีความหวังที่จะชนะเหรอ?”
อู๋หย่ง : “ฮึ่ม ตราบใดที่เราสามัคคีและพยายาม ก็ย่อมมีความหวัง”
หลิวหยวน : “นี่มันหลอกตัวเองชัดๆ ยอมรับความจริงบ้างเถอะ พว