หลังจากนั้นไม่นาน ฉินเฟิงก็มาถึงขอบเขตพื้นที่ระดับสิบ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือทุ่งราบอันกว้างใหญ่ ตามคำบรรยายบนแผนที่ ทุ่งราบแห่งนี้มีชื่อว่า ทุ่งหญ้าสุสานกระดูก
ในยามราตรีที่ใกล้รุ่งสาง ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย ฉินเฟิงมองเห็นรอยไหม้เกรียมทั่วทั้งทุ่งรกร้าง ราวกับถูกไฟขนาดใหญ่เผาผลาญไปทั่ว บนพื้นดินเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังเป็นสีดำสนิท ไม่รู้ว่าแข็งตัวมานานเพียงใดแล้ว
ไกลออกไปมีซากกระดูกสัตว์สีขาวขนาดมหึมาจำนวนมาก บางชิ้นยาวนับร้อยเมตร บางชิ้นยาวสองสามสิบเมตร ตั้งตระหง่านราวกับอาคารสูง สร้างความตกตะลึงเป็นอย่างมาก ทั้งหมดนี้ให้ความรู้สึกราวกับเป็นซากปรักหักพังของสมรภูมิโบราณ
ทันใดนั้น ลมยามค่ำคืนพัดโชยมา ในอากาศปะปนไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าจางๆ เอ๊ะ กลิ่นเหม็นเน่า? หรือว่ามีซากศพอยู่ใกล้ๆ?
ดวงตาของฉินเฟิงเป็นประกาย เผยแววดีใจ สำหรับเขาแล้ว ซากศพย่อมหมายถึงผลตอบแทน ทันใดนั้น เขาก็ตามกลิ่นเหม็นเน่าไป…
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็พบสัตว์อสูรตัวแรกในบริเวณที่เต็มไปด้วยซากกระดูกและวัชพืช นั่นคือหมายักษ์สองหัวสีดำสนิท ดวงตาสีแดงฉาน ความสูงราวสองจั้ง มันปล่อยกลิ่นเหม็นเน่าออกมาอย่างรุนแรงราวกับมาจากขุมนรก สร้างบรรยากาศที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง
ฉินเฟิงรู้สึกได้ทันทีว่าสัตว์อสูรตรงหน้าไม่ธรรมดา เขาจึงรีบใ