นางก็ย่อมทําได้!”
เสียงหัวเราะของชูเฟยแฝงคมมีด
“ท่านแม่คิดว่าข้ามาถึงวันนี้เพราะโชคหรือ? ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าต้อง
เหยียบย่ําศพผู้คนมากเพียงใดกว่าจะยืนอยู่ตรงนี้? เข่อผิงทําได้หรือ?”
คําถามนั้นทําให้ห้องเงียบงันราวสุสาน หลี่เฟยกัดฟัน
“ถือเสียว่าช่วยพี่ชายเจ้าเถิด บัดนี้สถานการณ์ของเขาไม่ดี หากเย่อ ผิงได้เข้าวัง อย่างน้อยก็เพิ่มแรงสนับสนุน…”
ซูเฟยยิ้มงดงามแต่ไร้ความอบอุ่น
“ท่านแม่วางแผนเพื่อบุตรชายของท่าน แต่ข้าก็ต้องวางแผนเพื่อ บุตรของข้าเช่นกัน หยุนเอ๋อร์เป็นทุกสิ่งของข้า ทางที่ข้าปูให้เขา ไม่มีที่ สําหรับเย่อผิง”
เจ้าไม่เห็นแก่สายเลือดเลยหรือ?”
ท่านแม่ต่างหากที่ไม่เห็นแก่สายเลือด บังคับให้ข้ารับเย่อผิงเพราะพี่
รอง แล้วข้าเล่า? ข้าไม่ใช่มารดาหรือ?”
หลี่เฟยหน้าซีดเผือด นางเพิ่งตระหนักว่าคําสัญญาที่เคยลั่นวาจาไว้ กับลูกชายและหลานสาว อาจกลายเป็นค้าโกหก เสียงวิงวอนอ่อนลง
“เหมยเอ๋อร์ ขอร้องเถิด…อย่างน้อยเพื่อหน้าของแม่”
ชูเฟยหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างเด็ดขาด
“เรื่องอื่นตัวข้าช่วยได้ แต่เรื่องนี้ ไม่มีวัน”
หลี่เฟยหน้าขึ้นสี
“อย่าลืมว่าเจ้ามีวันนี้ได้เพราะตระกูล หากวันหน้าไม่ใช่หย่งเอ๋อร์สืบ
ตําาแหน่งโหว เจ้าแน่ใจหรือว่าจะไม่กระทบตน?”
ซูเฟยยิ้มเย็น
“ข้านั่งอยู่ตําแหน่งนี้ไม่ใช่เพราะโชคชะตา ท่านแม่ดูแลพี่รองเถิด
เรื่องของข้า ไม่ต้องห่วง”
“วันหน้าอย่าได้เสียใจ!
หลี่เฟยสะบัดแขนเสื้อจากไป