เมื่อได้ยินจ้าวเข่อหรันเรียกชื่อตน หลินซิ่ว วก็เบิกบานยิ่งนัก นางยิ้ม
หวานเอ่ยขั้นว่า
“จริงสิ ข้ายังมิได้แสดงความยินดีกับเจ้าด้วยเลย บัดนี้เจ้ากลายเป็น
ถึง “เหวินจวิ้นจี่” แล้วนะ”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ดวงตาอ่อนโยนดงแสงจันทร์
“ขอบใจเจ้าเถิด แท้จริงแล้วตําแหน่งจวิ้นจี่ก็เป็นเพียงนามเรียกขาน หาได้มีสิ่งใดควรยึดติดไม่
แต่น้อย”
“เป็นเช่นนั้นหรือ?”
หลินซิ่วซิ่วหัวเราะเบา ๆ
“เจ้าช่างใจกว้างนัก ต่อให้ได้รับการสถาปนาก็ยังมิได้หยิ่งผยองแม้
สิ่งใดต่อ
คําชมเชยนั้นมิได้ก่อคลื่นใดในใจจ้าวเข่อหรัน นางเพียงยิ้มรับ มีกล่าว
“ว่าแต่เจ้า มาที่ร้านเงินเป่าใจเพื่อเลือกเครื่องประดับหรือ?”
หลินซิ่วซิ่วถามอย่างร่าเริง
“ก็เพียงแวะมาโดยบังเอิญ เห็นออกมาแล้วก็คิดจะลองดูว่ามีสิ่งใดถูก
ใจหรือไม่เท่านั้น”
“ช่างประจวบเหมาะนัก!”
หลินซิ่วซิ่วคว้ามือนางแล้วลากเข้าไปด้านใน
“วันนี้ข้าก็มากับสหายผ้าเช็ดหน้า เจ้าเข้ามาสิ ข้าจะแนะนําให้รู้จัก
ความสนิทสนมแบบไม่ถือตัวของหลินซิ่ว วทําให้จ้าวเข่อหรันปฏิเสธ
มิได้ จ๋าต้องปล่อยให้นางลากเข้าไปในร้าน ฉินเชียงผู้ติดตามก็ได้แต่เดินตาม ไปอย่างจนใจ เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน หญิงสาวในชุดชมพูผู้กําลังเลือกเครื่อง ประดับอยู่ก่อนแล้ว หยุนอีอี ก็เอ่ยเสียงกระเง้ากระงอด
“ ว ว เจ้าเป็นอะไรไป อยู่ดี ๆ ก็ทิ้งข้าไว้คนเดียวแล้ววิ่งออกไปเสีย
หลินซิ่ว วหัวเราะแห้ง ๆ ปล่อยมือจ้าวเข่อหรัน แล้วเดินไปกุมมื