่งดุดันขึ้นเรื่อย ๆ จึงจำต้องพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ “ถ้าเช่นนั้นก็ตามที่อู่หยางว่าไว้ ข้าจะเลือกวันออกราชโองการ รับ…รับ…”
“กวานเสี่ยวโหรว!” องค์หญิงเก้ารีบเตือนอยู่ข้าง ๆ
“ข้าจะเลือกวันออกราชโองการรับกวานเสี่ยวโหรวเป็นธิดาบุญธรรม เพื่อประกาศถึงคุณธรรมและความดีงามของนาง”
เฉินจี๋กล่าวอย่างขอไปทีพลางตำหนิองค์หญิงเก้าอยู่ในใจ
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ จินเฟิงทำได้เพียงกล่าวขอบคุณเท่านั้น
เขาเงยหน้าขึ้นมององค์หญิงเก้าแวบหนึ่ง รู้สึกว่าข้าติดค้างนางมากขึ้นไปอีก
องค์หญิงเก้ายิ้มให้จินเฟิงแล้วส่ายหน้าเบา ๆ
เฉินจี๋ถูกเรื่องนี้รบกวนจนหมดอารมณ์ เมื่อเห็นจั่วเซียวเว่ยเริ่มข้ามแม่น้ำแล้วและสถานการณ์สงครามทางเหนือได้ตัดสินแล้ว จึงเตรียมพาคนกลับวัง
แต่เมื่อเพิ่งลุกขึ้นยืน กลับถูกองค์หญิงเก้าขวางเอาไว้
“เสด็จพ่อ รอให้ทหารรักษาพระองค์กลับเมืองก่อน แล้วค่อยเสด็จกลับวังเถิด”
ขณะนี้ทหารรักษาพระองค์ยังอยู่ฝั่งเหนือ การป้องกันเมืองหลวงยังว่างเปล่า
จากป้อมประตูเหนือถึงวังหลวงมีระยะทางอยู่พอสมควร ผู้คุ้มกันภัยและทหารชุดเกราะแดงที่อยู่ในที่นี้มีจำนวนจำกัด หากถูกพวกขององค์รัชทายาทซุ่มโจมตีระหว่างทางกลับวังก็จะเสียเปรียบ
ฮ่องเต้ก็เข้าใจประเด็นนี้แล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้บังคับแต่สั่งให้ขันทีคนสนิทไล่ทหารชุดเกราะแดงที่อยู่ข้างป้อมปราการออกไป แล้วเรียกองค์หญิงเก้าเข้าไป
ทันทีที่เข้าประตูมา ฮ่องเต้ก