ม่อาจเอื้อมถึง ได้แต่จำต้องยอมถูกทุบตีอย่างไร้ทางสู้
ตอนที่กุนซือเฝิงมาถึงตงหมาน เหยียลวี่ซู่ได้ส่งคนไปสืบข่าวการต่อสู้ระหว่างชิงสุยกู่และต้าหม่างพัว อีกทั้งยังรู้ถึงการมีอยู่ของระเบิดแสงและระเบิดมือมานานแล้ว
ก่อนจะมาถึงต้าคัง เขาได้สั่งให้มีการแจ้งเตือนเหล่าทหารว่าควรรับมืออย่างไรหากเจอสถานการณ์เช่นนี้
แต่เขาไม่คิดว่าจินเฟิง จะใช้วิธีนี้ในการขว้างระเบิดมือเลย!
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นแม่ทัพเก่า เหยียลวี่ซู่ก็ได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เขาดึงตัวทหารผู้ช่วยพลางตะโกนว่า “ส่งคำสั่งลงไป ให้ทุกคนขึ้นม้าในทันที หลบหนีจากก้อนดำพวกนี้!”
“รับทราบ!” รองผู้บัญชาการรีบไปถ่ายทอดคำสั่ง
ตึง ตึง ตึง!
เสียงกลองทุ้มต่ำดังขึ้น เหล่าทหารต่างรีบวิ่งไปหาม้าศึกของตน
เหยียลวี่ซู่กำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้นก็รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง
ในยามที่การต่อสู้กำลังดุเดือด เหยียลวี่ซู่ทำได้เพียงหนีบขาแน่น พยายามอดกลั้นความต้องการเข้าห้องน้ำอย่างสุดความสามารถ
รองผู้บัญชาการจูงม้าศึกเข้ามา เหยียลวี่ซู่กำลังเตรียมขึ้นม้า ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงครืดคราดดังมาจากท้องม้าศึก
สีหน้าของรองผู้บัญชาการที่จูงม้าก็ดูไม่ค่อยดีเช่นกัน
“เจ้าเป็นอะไรไป?” เหยียลวี่ซู่ถาม
“ท้องข้าไม่ค่อยดี…” รองผู้บัญชาการก้มหน้าตอบ
“ท้องของเจ้าก็ไม่ดีด้วยหรือ?”
เหยียลวี่ซู่ตระหนักถึงปัญหาในทันที
เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าทหารหลายนายมีสีหน้าผิดปกติ หลายคนห