ปกติแล้วเวลาเฉินจี๋จะออกพระราชโองการ ล้วนแต่ตรัสด้วยพระโอษฐ์ จากนั้นจึงให้ขุนนางในสภาขุนนางจดบันทึก สุดท้ายจึงให้ทูตสวรรค์เป็นผู้ออกไปประกาศพระราชโองการ
ทว่าในยามนี้สภาขุนนางยังคงอยู่ในกำมือของคนชุดดำ ฮ่องเต้จึงได้แต่ให้ขันทีคนสนิทเป็นผู้ลงบันทึก ครั้นเมื่อเขียนเสร็จแล้ว ฮ่องเต้ จึงทรงประทับตราประจำพระองค์ด้วยพระองค์เอง
“อู่หยาง พระราชโองการร่างเสร็จแล้ว”
ฮ่องเต้ทรงมอบพระราชโองการสองฉบับแก่องค์หญิงเก้าด้วยพระองค์เอง “แต่เจ้าจะเอาพระราชโองการออกไปได้อย่างไร?”
ตรัสถึงตรงนี้ ฮ่องเต้ก็ทรงนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “จริงสิ พวกเจ้าเข้ามาในวังได้อย่างไร?”
“เสด็จพ่อทรงออกมาทอดพระเนตรก็จะทรงทราบเองเพคะ”
องค์หญิงเก้ารับพระราชโองการแล้วก้าวออกจากท้องพระโรงอย่างองอาจ
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจากไป เหล่าอิงไม่ได้ควบคุมบอลลูนลมร้อนให้ลงจอด แต่นำเชือกเส้นหนามาผูกมัดมันเอาไว้กับเสาขนาดใหญ่ใต้ชายคาของท้องพระโรง
ขณะนั้น เฉินจี๋ก้าวออกมาจากท้องพระโรง สายตาก็กระทบเข้ากับบอลลูนลมร้อนเป็นสิ่งแรก
“อู่หยาง นั่นสิ่งใดกัน?”
เฉินจี๋ตกใจกับขนาดอันใหญ่โตของบอลลูนลมร้อน จนต้องถอยกลับเข้าไปในท้องพระโรง