ครั้นนั้นจินเฟิงคิดว่าองค์หญิงเก้าสนิทใจกับตนมากขึ้น จึงเอ่ยวาจาโดยไม่รักษาระยะ
แต่ตอนนี้รู้แจ้งว่าองค์หญิงเก้าทำอะไร
“มู่หลาน อู่หยางกลับเมืองหลวงแล้ว นางเขียนจดหมายถึงเจ้าบ้างหรือไม่?” จินเฟิงเอ่ยถาม
“ไม่มี” ชิ่งมู่หลานส่ายหน้า
“ชิ่งกั๋วกงเขียนจดหมายเล่าถึงนางบ้างหรือไม่?”
“ไม่มี…” ชิ่งมู่หลานส่ายหน้าอีกครั้ง
“น่าโมโหชะมัด!”
จินเฟิงทุบกำปั้นลงบนต้นไม้ข้าง ๆ อย่างแรง แล้วหันไปตะโกนว่า “ต้าหลิวเรียกจงหลิงเอ่อร์เข้ามาพบข้า!”
ต้าหลิวหันหลังวิ่งออกไปทันที
“ท่านอาจารย์ อย่ากังวลไปเลย ตอนที่นางจากไป นางบอกว่าจะไม่เป็นไร”
ชิ่งมู่หลานเห็นจินเฟิงร้อนใจ จึงเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“นางบอกว่าจะไม่เป็นไร ก็จะไม่เป็นไรงั้นหรือ?”
จินเฟิงเอ่ยถามพลางชกเข้าที่ต้นไม้ “หากไม่เป็นไร เหตุใดจึงไม่ส่งจดหมายมาบอกกล่าว หากไม่เป็นไร เหตุใดลั่วหลานจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้?”
ชิ่งมู่หลานอ้าปากค้างอย่างไร้คำโต้ตอบ
จินเฟิงรู้โทษตนเอง จึงยกมือขึ้นกุมขมับ
ลั่วหลานส่งจดหมายจากเมืองหลวงมาหลายฉบับ
บ้างเป็นรายงานประจำปีที่ผู้คุ้มกันภัยนำมา บ้างเป็นข่าวที่พิราบส่งสารนำส่ง
ทว่าล้วนไม่มีแม้แต่ฉบับเดียวที่เอ่ยถึงองค์หญิงเก้า