ครั้งนี้นางไม่ได้ตั้งใจจะไปถามความสมัครใจผู้คน แต่เมื่อข่าวที่นางจะช่วยสร้างหอบรรพบุรุษและบันทึกชื่อในทะเบียนราษฎรให้คนงานหญิงที่เสียชีวิตจากสงครามแพร่ออกไป กลับได้รับการยอมรับจากคนงานหญิงของเขาเถี่ยกว้านเกือบทั้งหมด
ไม่ว่าจินเฟิงจะทำอย่างไร ในท้ายที่สุดท่าทีของกวานเสี่ยวโหรวก็แสดงให้เห็นแล้วว่านางยอมรับสถานะของคนงานหญิงที่เสียชีวิตจากสงคราม
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คนงานหญิงก็เริ่มเริ่มเข้าหากวานเสี่ยวโหรวมากขึ้นเรื่อย ๆ และเปลี่ยนคำเรียกขานนางเป็น ‘พี่สาว’
กวานเสี่ยวโหรวรู้สึกปลื้มปีติกับการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่น้อย นางฝืนทนความเหนื่อยล้าและคงรอยยิ้มตอบรับ
“พี่สาวไม่ได้พักเลยทั้งวัน ทุกคนอย่ารบกวนนางเลย ไป ใครมีอะไรต้องทำก็ไปทำเถิด”
จั่วเฟยเฟยเดินมาจากด้านข้าง ก่อนจะเกาะแขนของกวานเสี่ยวโหรว “พี่สาว ข้าได้สั่งให้โรงอาหารเตรียมอาหารไว้แล้ว ไปกินหน่อยเถิด”
กวานเสี่ยวโหรวไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน นางรู้สึกหิวแล้ว ทว่าคราวนี้นางไม่ได้คัดค้านและได้เดินตามจั่วเฟยเฟยไปยังโรงอาหาร
ทว่าเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูโรงอาหาร ผู้คุ้มกันภัยหญิงคนหนึ่งก็วิ่งตะโกนมาแต่ไกล “ฮูหยิน จับได้แล้ว!”