แล้ว คราวนี้พวกโจรเหยียโก่วพัวไปที่หมู่บ้านโจวเจียเพื่อเดินวนอยู่หนึ่งรอบ พวกเขาปล้นบ้านชาวบ้านไปสองสามหลังที่ทางเข้าหมู่บ้านแล้วก็ถอยกลับไป พวกเขาไม่กล้าที่จะทำร้ายชีวิตชาวบ้าน มันไม่เหมือนการปล้นแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนเป็นการประกาศกร้าวเพื่อต้องการหาพวกเพิ่มอย่างไรอย่างนั้น”
“โหวจื่อ เจ้าสังเกตเห็นอะไรผิดปกติบ้างหรือไม่?”
จินเฟิงพยักหน้า แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะง่ายดายขนาดนั้น
“ข้ากำลังจะพูดพอดี” โหวจื่อกล่าวต่อ “ก่อนหน้านี้ข้าและสหายหน่วยสอดแนมเคยพบเห็นกลุ่มโจรเหยียโก่วพัวมาแล้วครั้งหนึ่ง ในเวลานั้นพวกเขาสวมผ้าขาดรุ่งริ่ง มีอาวุธที่ไม่เหมือนโจรมืออาชีพ และมีสมาชิกเพียงเจ็ดแปดคนเท่านั้น พวกเขาไม่มีแม้แต่ดาบติดตัว แต่วันนี้เมื่อข้ากลับไปที่นั่นอีกครั้ง พวกเขาทั้งหมดกลับมีดาบยาวด้ามใหม่ โดยพี่ใหญ่และพี่รองของพวกเขายังสวมใส่ชุดเกราะอีกด้วย นอกจากนี้ ข้ายังเห็นธนูยาวมากกว่าหนึ่งโหลและลูกธนูหลายสิบมัดในโกดังของพวกเขา”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่เหยียโก่วพัวมีคนเพียง 30 กว่าคนแต่กล้าที่จะชูธง ที่แท้พวกเขาก็มีคนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง”
เจิ้งฟางพูดด้วยความโกรธ “ดูเหมือนว่าคนใหญ่คนโตที่อำเภอจินชวนแห่งนี้จะถูกใจเขาเถี่ยกว้านเข้าให้แล้ว”
ในยุคสมัยนี้มีเงินก็มีพวก เหมือนจินเฟิงที่มีเหล่าทหารผ่านศึกอยู่ในมือ
ตราบใดที่พวกเขายินดีจ่ายก็จะมีคนจำนวนมากที่ยินดีสละชีวิต
“ตอนนี้โจรเขาเถี่ยกว้า