ละตัวเอกเป็นเจ้าหน้าที่จากในเมืองแซ่เฉิน
นายท่านเฉินผู้นี้เป็นบุคคลที่ดูแลอุตสาหกรรมเกลือและเหล็กในเมือง และยังเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งของคังเฟิงเหนียนอีกด้วย
เพื่อเอาใจนายท่านเฉิน คังเฟิงเหนียนใช้เงินเป็นจำนวนมากและเชิญ ‘ผู้ประพันธ์’ ที่มีชื่อเสียงจากทั่วเมืองกวางเหยวียนมาแลกเปลี่ยนกันด้านวรรณกรรม
ในเมืองต้าคัง มีตัวอย่างของผู้ที่ได้รับการเชื้อเชิญให้มาเขียนบทกวีและเนื้อเพลงไม่น้อย และบางคนถึงกับกลายเป็นตำนานและถูกผู้คนพูดถึง ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อเอาใจนายท่านเฉิน คังเฟิงเหนียนต้องจ่ายค่าตอบแทนช่างอักษรและจิตรกรไปไม่น้อย
ในระหว่างงานเลี้ยง เพื่อดึงดูดความสนใจของนายท่านเฉิน ‘ผู้ประพันธ์’ พยายามอย่างเต็มที่เพื่อแสดงความสามารถด้านวรรณกรรมของตน
น่าเสียดายที่บทกวีที่พวกเขาแต่งออกมานั้นธรรมดามากจนนายท่านเฉินไม่ถูกใจเลย
อย่างไรก็ตาม ในตอนท้ายของการแสดง นายท่านเฉินกลับรู้สึกประทับใจกับเพลงกล่อมเด็กที่เด็กกลุ่มหนึ่งร้องออกมาบนถนน
เมื่อเขารู้ว่าบทกวีนี้เขียนโดยบัณฑิตจากชนบท นายท่านเฉินก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชื่นชมบทกวี ‘ทุกข์ของชาวนา’ และจินเฟิงเป็นอย่างมาก
แน่นอนว่าบทกวีนี้แพร่กระจายไปทั่วเมืองกวางเหยวียนจากงานเลี้ยงทางวรรณกรรมครั้งนั้น
ความประหยัดเป็นคุณธรรมดั้งเดิมที่ไม่ต้องคำนึงถึงโลกหรือความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ‘ทุกข์ของชาวนา’ มุ่งหวังที่จะให้ผู้คนรู้จักเห็นคุณค่าของอาหาร และคำพูดที่