ันก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าระหว่างภูเขาซึ่งอยู่ห่างจากทางขึ้นเขาเถี่ยกว้านไม่กี่ลี้
ครู่ต่อมา ควันอีกกลุ่มหนึ่งก็ลอยขึ้นมาจากหุบเขาที่อยู่ห่างออกไปกว่าสิบลี้
ในซีเหอวาน จินเฟิงที่เพิ่งจะตื่นขึ้นเห็นจางเหลียงรีบวิ่งเข้ามาในลานบ้าน
“เสี่ยวเฟิง มีกลุ่มควันสีดำลอยขึ้นมาเหนือเหย่หูหลิ่ง*[1] หมายความว่าพวกโจรทั้งหมดลงมาจากภูเขาเถี่ยกว้านแล้ว”
จางเหลียงกล่าวอย่างกังวลใจ
ในวันที่โรงงานสิ่งทอหยุดการทำงาน จินเฟิงได้ส่งทหารผ่านศึกหลายคนไปซ่อนตัวบนภูเขาเพื่อเฝ้าดูลาดเลาที่เขาเถี่ยกว้าน
ยุคสมัยนี้ไม่มีโทรศัพท์มือถือ จินเฟิงจึงใช้สัญญาณควันเพื่อส่งข้อความให้ทันท่วงที
“พวกเขาก็แค่เคลื่อนกำลังพล ต้องใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าคนหลายร้อยชีวิตจะเดินจากเขาเถี่ยกว้านมาถึงซีเหอวาน เหตุใดพี่เหลียงจึงตื่นตระหนกเช่นนั้น?”
จินเฟิงหยิบก้านต้นหลิวที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษพร้อมกับจุ่มลงในเกลืออย่างไม่ใส่ใจนัก เขาเอ่ยถามในขณะที่แปรงฟันไปด้วย “ทางเข้าหมู่บ้านพร้อมหรือยัง?”
“พร้อม!” จางเหลียงพยักหน้า
“แล้วท่านกังวลสิ่งใด? แค่รอให้พวกเขามาก็พอ”
บัณฑิตหนุ่มบ้วนปากทิ้งแล้วพูดต่อ “พี่เหลียง กินข้าวหรือยัง? มากินด้วยกันสิ”
บางทีอาจเป็นเพราะความสงบของจินเฟิง ใบหน้าของจางเหลียงที่เป็นกังวลจึงค่อย ๆ เลือนหายไป เขาโบกมือด้วยรอยยิ้ม
“ที่บ้านข้าก็เตรียมกับข้าวไว้แล้ว ไว้เดี๋ยวข้ากลับไปกิน”
แต่หลังจากออกไป จางเหลียงก็หันไปทางภูเขาด้านหลัง