เฟิงกลับเลือกที่จะต่อสู้กับโจรเขาเถี่ยกว้าน?
“ตั้งแต่ข้าเกิดมาก็เห็นโจรจากเขาเถี่ยกว้านมาเก็บส่วยข้าวที่ซีเหอวานทุกปี แน่นอนว่าข้ารู้ว่าพวกเขามีกันกี่คน”
จินเฟิงหยิบถ้วยชาขึ้นมาพร้อมจิบแล้วตอบอย่างใจเย็น
“ในเมื่อรู้อย่างนั้นแล้ว ท่านยังต้องการจัดการกับพวกเขาอีกหรือ?”
ชิ่งมู่หลานมองจินเฟิงราวกับว่ากำลังมองคนบ้าคนหนึ่ง
“โจรเขาเถี่ยกว้านก็เหมือนกับระเบิด… เป็นระเบิดที่ห้อยอยู่เหนือหัวของพวกเรา หากซีเหอวานต้องการพัฒนาก็จะต้องต่อสู้กับพวกเขาไม่ช้าก็เร็วอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้”
“นั่นเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าให้พูดตรง ๆ ท่านพี่ชิ่งไหวยังไม่สามารถทำอะไรกับพวกโจรเขาเถี่ยกว้านได้ เหตุใดท่านถึงคิดต่อสู้กับพวกโจรเขาเถี่ยกว้านล่ะ? ท่านมีกองกำลังทหารผ่านศึกเพียงสามสิบกว่าชีวิตเท่านั้นนะ?”
ชิ่งมู่หลานถามว่า “หรือว่าท่านอาจารย์แอบฝึกทหารผ่านศึกมากกว่านี้ที่อื่นอีก?”
“ข้ามีแค่บรรดาทหารผ่านศึกสามสิบกว่าชีวิตที่เข้าด้านหลังนั่นแหละ!”
จินเฟิงกล่าวอย่างใจเย็น
“ข้ารู้ว่าในการสู้รบที่ชิงสุยกู่ ท่านทำการต่อสู้ได้ดีมาก ท่านนำกองทัพเถี่ยหลินหลายพันคนไปเอาชนะทหารม้าตั่งเซี่ยงได้หลายต่อหลายครั้ง มีการต่อสู้หลายครั้งในประวัติศาสตร์ที่ผู้อ่อนแอสามารถเอาชนะผู้แข็งแกร่ง และผู้ที่ต่ำต้อยกว่าสามารถเอาชนะผู้ที่สูงส่งกว่าได้ แต่ข้าคิดว่าไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ใด ๆ ก็มิอาจเทียบได้กับสงครามที่ชิงสุยกู่”
ชิ่งมู่หลานพูดด้วย