กล่าวต่อ “กองทัพเถี่ยหลินเปิดการโจมตีวันนี้เพราะพวกเขาขาดแคลนอาหารและจำเป็นต้องต่อสู้ครั้งสุดท้าย ท่านแม่ทัพเพียงแค่ต้องรออีกสองสามวัน พวกเขาจะพ่ายแพ้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องต่อสู้”
“ข้าวสาลีในจงหยวนน่าจะใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว และการดึงเวลาเพื่ออยู่ที่นี่ตลอดก็ไม่ใช่หนทางที่ดี”
หลี่จี้ขุยกล่าว “กองทัพเถี่ยหลินหิวโหยมาหลายวันแล้วจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยากที่เราจะยึดภูเขาชิงสุ่ยได้”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ เมื่อครู่มีกลุ่มควันสองกลุ่มลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าจากทางใต้ จากนั้นกองทัพเถี่ยหลินก็ทำการโจมตีกองขนส่งเสบียงของเรา ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล”
กุนซือขมวดคิ้ว
นับตั้งแต่เขาเห็นกลุ่มควัน เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ
“เป็นสัญญาณควันหรือ?”
หลี่จี้ขุยถาม
นานมาแล้ว จงหยวนได้ใช้สัญญาณควันเพื่อถ่ายทอดข้อมูลทางทหารในกรณีฉุกเฉิน
“ดูจากสีของควันแล้ว ไม่น่าจะใช่สัญญาณควัน”
“แล้วท่านกุนซือกังวลสิ่งใด”
“ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบแล้ว ข้าว่าจะเป็นการดีกว่าหากท่านแม่ทัพใหญ่รอคนกลับมารายงานเสียก่อน”
“เอาเช่นนั้นก็ได้”
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบสถานการณ์ใช้เวลาไม่นาน รออีกสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
กว่าจัวป่านจะมาถึงที่กระโจมของแม่ทัพใหญ่ หน่วยสอดแนมที่ออกไปสอบถามข่าวก็กลับมาแล้ว
“ได้ข่าวว่าอย่างไร กลุ่มควันทั้งสองคืออะไร?”
กุนซือเอ่ยถาม
“เรียนท่านอาจารย์ ควันทางตะวันออกเกิดจากการที่ผู้ลี้ภัยจากต้าคังเผาไฟเพื่อคั่วถั่