เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ม้าศึกหลายสิบตัวลากเครื่องกระทุ้งเข้ามาในสนามรบก่อให้เกิดเสียงดังกึกก้อง
“สหายเฉิง พวกเขานำเครื่องกระทุ้งมา เราควรทำอย่างไรดี?”
ติงอวิ๋นเฟยที่เพิ่งจะสงบลงได้ตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง เขาดึงแขนเสื้อของเฉิงเผิงและตัวสั่น
“สหายติง ณ จุดนี้เราทำได้แค่สู้จนตัวตายเท่านั้น!”
เฉิงเผิงมีท่าทีเคร่งขรึม “ข้าหวังว่าเราจะหยุดเครื่องกระทุ้งได้”
“เหตุใดแม่ทัพฟานไม่ส่งคนมาช่วยพวกเราเล่า?”
ติงอวิ๋นเฟยอยากจะร้องไห้ออกมา “ชิ่งไหวนั่นก็อีกคน ที่พวกเราถูกขังอยู่ที่นี่ก็เพื่อช่วยเหลือกองทัพเถี่ยหลินของเขา เหตุใดเขาจึงไม่ไยดีพวกเราเลย”
“แล้วข้าจะไปรู้หรือ?”
เฉิงเผิงสะบัดแขนเสื้อออกจากการเกาะกุมอย่างฉุนเฉียว เขาค่อนข้างรู้ดีว่าเหตุใดชิ่งไหวจึงไม่อยากคุยกับแม่ทัพเหล่านั้น
จัวป่านเริ่มหมดความอดทนกับการรอคอย ทันทีที่เครื่องกระทุ้งมาถึง เขาก็เปิดการโจมตีกองทัพแฟแลงซ์ทันที
เครื่องกระทุ้งสามคันเรียงกันเป็นแถว มีขนาดกว้างราวหนึ่งฉื่อ ทุกคันล้วนเล็งไปที่กองทัพสี่เหลี่ยมที่เฉิงเผิงและติงอวิ๋นเฟยอยู่
ใบมีดคมทั้งสองด้านของท่อนไม้ยักษ์สะท้อนแสงเย็นวาบ
“ทุกคนอย่าย่อท้อ หากไม่สู้พวกเราทุกคนจะต้องตาย!”
เฉิงเผิงจัดทหารโล่เพิ่มเป็นสองแถวและรวมกลุ่มพวกเขาไว้ตรงข้ามกับเครื่องกระทุ้งทันที
ตามคำสั่งของจัวป่าน ชาวตั่งเซี่ยงหลายสิบคนตะโกนปลุกใจและเริ่มผลักเครื่องกระทุ้งไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ
“เราทำได้!”
เฉิงเผิงค