ได้เป็นที่ชื่นชอบของขุนนางตั่งเซี่ยง
เชลยศึกของต้าคังก็เป็นหนึ่งในเหล่าทาสที่สำคัญของชาวตั่งเซี่ยงด้วย
“ต้าคังในปัจจุบันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ท่านแม่ทัพใหญ่อย่าประมาทจะดีกว่า”
กุนซือถามขึ้น “พวกเขามากันกี่คน?”
“มีทหารประมาณห้าพันนาย ดูจากธงพบว่าเป็นของกองทัพอันซู่และกองทัพหย่งอัน”
หน่วยสอดแนมกล่าวต่อ “นอกจากนี้ ก่อนรุ่งสางก็มีคนประมาณห้าร้อยชีวิตที่แอบหนีออกจากเมืองทางประตูฝั่งทิศใต้”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ มีถนนสายย่อยเป็นระยะทางราวสามลี้อยู่ทางตอนใต้ของเมืองเว่ยโจว ถนนเส้นนั้นสามารถไปที่เขาชิงสุ่ยได้ คนห้าร้อยคนนี้อาจต้องการไปโจมตีเขาชิงสุ่ย”
กุนซือของหลี่จี้ขุยคุ้นเคยกับภูมิศาสตร์บริเวณหุบเขาชิงสุยกู่มานานแล้ว เขาเป็นทหารผ่านศึกจากกองกำลังชั้นนำจึงสามารถคาดเดาเจตนาของแนวร่วมได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถามว่า “ชาวต้าคังนำไม้ไผ่และโล่มาหรือไม่?”
“กองกำลังหลักที่ออกมาจากประตูทิศเหนือนำมาด้วย โดยขนขึ้นเกวียนมาหลายสิบคัน แต่คนอีกห้าร้อยชีวิตที่ออกมาจากประตูทางทิศใต้ไม่ได้นำไปด้วย พวกเขาทั้งหมดเดินทางไปอย่างสบาย ๆ”
“พวกเขาต้องการใช้กระบวนทัพนั้นเพื่อจัดการกับเราจริง ๆ!”
กุนซือกล่าวต่อ “ท่านแม่ทัพใหญ่ การจัดตั้งทัพนั่นจำเป็นต้องใช้เวลา ข้าแนะนำให้เราส่งทหารไปสกัดกั้นโดยด่วน วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้พวกเขาไม่มีเวลาตั้งตัว”
หลี่จี้ขุยค่อนข้างระมัดระวังกับกระบวนทัพของกองทัพเถี่ยหล