ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย
ไม่ได้มีเพียงมู่เฉียนซีเท่านั้นที่ไป แม้แต่ฉื้อเม่ยเองก็ตามไปด้วยเช่นกัน “ข้าจะไปกับเจ้า ข้าเองก็เป็นห่วงเขาเหมือนกัน! เขาคือลูกชายของข้าเชียวนะ!”
พวกเขาทะยานไปบนพื้นทะเลรอบเผ่าหมาป่า แต่กลับไม่พบกลิ่นอายของจูเชว่เลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นก็ทำให้สีหน้าของฉื้อเม่ยย่ำแย่มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
“ต้องโทษที่ข้าไม่ดีเอง คิดว่าเผ่าหมาป่าไม่มีทางชนะได้แล้วจึงคลายการป้องกันลง คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนมาลงมือกับเหยียนเอ๋อร์เช่นนี้”
มู่เฉียนซีมองดูน้ำทะเลปั่นป่วนใต้ฝ่าเท้าของนาง อีกฝ่ายมีโอกาสสังหารจูเชว่ได้แต่กลับไม่ลงมือทำทันที นั่นแปลว่าจูเชว่น่าจะมีประโยชน์ต่อพวกเขา ฉะนั้นเขาน่าจะยังปลอดภัย
นางกล่าวว่า “ผู้นำเผ่าจิ้งจอก แทนที่จะหงุดหงิดและมึนงงอยู่ที่นี่ ไม่สู้กลับไปสอบปากคำผู้นำเผ่าของเผ่าหมาป่าดีกว่า ตอนนี้หนีไปได้คนหนึ่งแล้ว เขาเป็นถึงผู้ปกครองเผ่าหมาป่า เราจะปล่อยให้เขาหนีไปอีกคนไม่ได้”
“เขาสมคบคิดกับภูตร้ายแห่งความตายผู้นั้น เขาจะต้องรู้เรื่องอะไรบางอย่างแน่นอน ใช่แล้ว ต้องไปสอบปากคำเขา” แววตาของฉื้อเม่ยฉายแววเย็นวาบขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีและฉื้อเม่ยกลับมาแล้ว แต่กลับไม่เห็นว่าผู้นำเผ่าฉื้อเหยียนกล