กล่าวถามว่า “ซีเอ๋อร์การฟื้นตัวเป็นอย่างไรบ้าง”
“ข้าเป็นถึงนักปรุงยาเลยนะเจ้าคะ ฉะนั้นข้าต้องฟื้นตัวได้ดีมากอยู่แล้ว! นอกจากนี้ยังได้กินผลของพืชศักดิ์สิทธิ์ด้วย ตอนนี้ข้าสามารถกระโดดโลดเต้นได้แล้วด้วยซ้ำ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จิ่วเยี่ยจ้องมองรอยยิ้มอันเจิดจรัสของมู่เฉียนซีหลังจากที่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสได้แล้วอย่างสงบ และไม่พูดไม่จาเลยสักคำ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ทำไมเจ้าถึงไม่พูดกันล่ะ เจ้าคงจะยังไม่ได้ลืม ว่าเจ้าเป็นคนของใครใช่หรือไม่ ข้าต้องการให้เจ้าพูด เจ้าจะทำตัวเป็นน้ำเต้าปากทึบ (คนพูดน้อย) ไม่ได้นะ”
“ซีเอ๋อร์!” จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมแขน แม้ว่าเขาจะสวมชุดเกราะที่แข็งทื่อนี้อยู่ก็ตาม
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันครั้งที่แล้วทำให้เขาหวาดกลัว ซึ่งเขาก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าลองคิดดูแล้ว เราไม่สามารถดูถูกพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณได้ หากมีมันอยู่ พวกเราสามารถพูดคุยกันได้อย่างไม่มีปัญหา จิ่วเยี่ยถึงแม้ว่าเจ้าจะถอดชุดเกราะออกก็น่าจะไม่มีปัญหาเช่นกัน!”
“ไม่ได้!”
“ถอดไม่ได้!”
มู่เฉียนซีรู้สึกว่ามันทำได้ แต่จิ่วเยี่ยกับอาเล็กของนางกลับกังวลมากยิ