ได้รู้ข่าวของมารดาตนเองอีกเลย”
มู่เฉียนซีโบกมืออย่างแผ่วเบา และลูกบอลเพลิงลูกหนึ่งก็เผาจดหมายฉบับนี้ไปจนหมดสิ้น
และประโยคสุดท้ายในจดหมาย ก็บอกว่านางจะต้องไปเพียงคนเดียวเท่านั้น
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีต้องเดาออกอยู่แล้วว่าเป็นจดหมายของใคร ซึ่งคนทำก็น่าจะเป็นองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณหรือไม่ก็คนของตระกูลเฟิ่ง
เพราะพรุ่งนี้เป็นวันที่อาเล็กจะได้เป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณคนใหม่แล้ว แต่โยวเยี่ยจี๋กลับไม่เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าไม่ต้องการที่จะต่อสู้อย่างไรอย่างนั้น
และการที่เขาดูไม่อยากสู้ ก็ทำให้องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณร้อนใจมาก ดูเหมือนว่าเจ้าโยวเยี่ยจี๋ผู้นี้จะระมัดระวังตัวมากเลยจริง ๆ
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะไม่บอกแผนการของตนเองแม้แต่กับมารดาแท้ ๆ ของเขาอย่างองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ ซึ่งนางก็ไม่รู้เลยว่าเขากำลังวางแผนบ้าอะไรอยู่กันแน่
ดูเหมือนว่าองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณจะร้อนรนมาก จนจำเป็นต้องต้องทำการต่อสู้ด้วยความเสี่ยงเช่นนี้ออกมา ช่างน่าสนใจจริง ๆ!
.