เจ้าต้องการความยุ่งยาก เช่นนั้นข้าก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน! ข้าต้องการเพียงเมล็ดของม่านถัวหลัวเท่านั้น เจ้าจะยอมมอบให้ข้าหรือไม่ หากเจ้าไม่ยอมส่งมาให้ข้าแล้วละก็ เจ้าจะต้องตาย ตระกูลของเจ้าก็จะจบสิ้น ข้ามู่เฉียนซีพูดคำไหนคำนั้น” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
ผู้นำตระกูลในตอนนี้รู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่ามู่เฉียนซีผู้นี้เป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ที่ไม่มีพลังบำเพ็ญและอาศัยฝ่าบาทอวู่ซวงมาตั้งหลักอยู่ในแดนวิญญาณเท่านั้น
เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนมากมายของหอหมอปีศาจจะเชื่อฟังนางถึงขนาดนี้ ซึ่งนางก็ไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายเลยแม้แต่น้อย!
“มู่เฉียนซี การที่เจ้ามาอาละวาดเช่นนี้เจ้าไม่กลัวองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะโกรธเอาอย่างนั้นหรือ อย่างที่รู้ว่าน้องสาวของข้าคือองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ ทางที่ดีเจ้ายับยั้งชั่งใจไว้หน่อยจะดีกว่า!”
“เหนือเจ้ามีคนคุ้มครอง แล้วเจ้าคิดว่าเหนือหัวข้าจะไม่มีอย่างนั้นหรือ ใครกลัวใครกันล่ะ เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็ลองดูเถอะว่า ใครกันแน่ที่สำคัญมากที่สุดในใจขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ”
คนที่ปกป้องนางไม่ได้มีเพียงแค่อาเล็กเท่านั้น แต่ยังมีอ๋องแห่งคุกโลหิตที่ทำให้องค์จักรพรรดิ