าอาละวาดถึงขนาดนี้ได้
ผู้นำตระกูลเฟิ่งกัดฟันด้วยความโกรธเคือง เขากล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าต้องการอะไรกันแน่”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าต้องการเมล็ดพันธุ์ของม่านถัวหลัว เรื่องง่าย ๆ แค่นี้แหละ”
“ข้าไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ม่านถัวหลัวแห่งแดนวิญญาณหายสาบสูญไปนานกว่าหลายแสนปีแล้ว ฉะนั้นข้าจะไปมีเมล็ดพันธุ์ของพวกมันได้อย่างไร เจ้าอย่ามาพูดจาไร้สาระไปหน่อยเลย!” ผู้นำตระกูลเฟิ่งกล่าวอย่างเดือดดาล
“ความจริงแล้วมีหรือไม่นั้น ท่านเองรู้ดีอยู่แก่ใจ คิดว่าข้าไม่ได้เข้าไปดูในห้องกลั่นยามาอย่างนั้นหรือ คิดว่าข้าไม่เคยถามนักปรุงยาเหล่านั้นมาก่อนเลยหรือ อย่างไรเสียมันก็มีอยู่แล้ว ผู้นำตระกูลเฟิ่ง เป็นคนมันก็ต้องซื่อสัตย์สักหน่อยนะ” มุมปากของมู่เฉียนซียกโค้งขึ้นมาอย่างเย็นชา
ผู้นำตระกูลเฟิ่งโมโหจนแทบที่จะกระอักเลือดออกมาอยู่แล้ว “ไม่มีทาง หากเจ้าปล่อยคนเสียตั้งแต่ตอนนี้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า มิเช่นนั้นแล้วละก็ อย่าหาว่าผู้นำตระกูลเฟิ่งอย่างข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”
“ข้าไม่มีทางปล่อยหรอก จะให้หรือไม่ให้ล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
แววตาของผู้นำตระกูลเฟิ่งมืดมนลงทันที เขาออกคำสั่งว่า “ไปกำจัดมู่เฉียนซีเดี๋ยวนี้ และไม่ว่าอ