ึงตอนนี้ เขาก็เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาแล้ว
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวว่า “เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าแค่รอดูการแสดงดี ๆ ก็พอแล้ว”
หลังจากที่มู่เฉียนซีกลับไปถึงตำหนักที่พักชั่วคราวของอาเล็กของตนเอง ในเวลานี้ก็เห็นหญิงสาวนางหนึ่งก็กำลังสั่งให้คนเคลื่อนย้ายสิ่งของบางอย่าง
“นำสิ่งของทั้งหมดเหล่านี้ย้ายเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าบาทอวู่ซวง แล้วก็ของพวกนี้ด้วย…”
ซึ่งคนที่กำลังออกคำสั่ง ก็คือหญิงสาวในชุดสีแดงที่มู่เฉียนซีเห็นในห้องโถงใหญ่เมื่อครู่นี้ และนางก็คือหญิงสาวที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณมอบให้อาเล็กนั่นเอง
มู่เฉียนซีมั่นใจว่า อาเล็กไม่ต้องการรับหญิงสาวผู้นี้เอาไว้อย่างแน่นอน
แต่เป็นเพราะการสนับสนุนโดยพลการขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ จึงทำให้ตอนนี้นางถูกส่งมาที่นี่
นางกำลังควบคุมตำหนักแห่งนี้ด้วยท่าทางที่มีอำนาจ ราวกับว่านางได้กลายเป็นนายหญิงของที่นี่ไปแล้วก็มิปาน
เมื่อมู่เฉียนซีเดินเข้ามา หญิงสาวในชุดสีแดงผู้นั้นก็กล่าวขึ้นมาว่า “มู่เฉียนซี หยุดเดี๋ยวนี้!”
แววตาของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นยะเยือกออกมา นางกล่าวว่า “เจ้าถือว่าตนเองเป็นใครกัน คิดไม่ถึงว่าจะกล้ามาเรียกชื่อของข้