ความสามารถของโยวเยี่ยจี๋แข็งแกร่งเพียงใด มู่อวู่ซวงย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
และการต่อสู้ที่ดุเดือดนี้ ก็เป็นการต่อสู้ที่โหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง
ตูมม โครมมม!
พลังแห่งภูตวิญญาณพุ่งทะยานสูงขึ้น และยิ่งปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น
มู่เฉียนซีรู้ว่า แม้นางจะใช้การย้อนเวลาเพื่อฟื้นฟูความสามารถของตนเอง แต่นางที่เป็นเพียงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูต คงไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ใหญ่ของระดับราชันย์วิญญาณได้อยู่แล้ว
ในเมื่อไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ของระดับราชันย์วิญญาณได้ มู่เฉียนซีจึงตัดสินใจคิดหาหนทางอื่นอยู่ข้างนอก และนั่นก็คือ…
มู่เฉียนซีเหลือบไปเห็นกระบี่เล่มหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งกระบี่เล่มนั้นก็มีชื่อเรียกว่า ‘สะท้านนภา’
หากว่ามันเป็นกุญแจสำคัญในการสืบทอดมรดกละก็ ฉะนั้นไปเก็บกระบี่นั้นมาก่อนค่อยว่ากันก็แล้วกัน
แน่นอนว่าโยวเยี่ยจี๋ย่อมสังเกตเห็นว่ามู่เฉียนซีกำลังพุ่งทะยานไปยังกระบี่เล่มนั้น ซึ่งเขาก็แสยะยิ้มขึ้นมาพลางกล่าวว่า “มู่เฉียนซีเอ๋ย! เจ้านี่ช่างคิดเพ้อเจ้อเสียจริง เจ้าไม่ใช่คนของแดนวิญญาณเสียหน่อย ไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะเข้าใกล้กระบี่เล่มนั้นได้ด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าอยากจะ