างของมู่เฉียนซีก็สว่างวาบขึ้น และเข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งจู่โจมไปที่เขาราวกับห่าฝนก็มิปาน
เขารีบหลบหลีกอย่างรวดเร็ว หลังจากที่หลบหลีกได้แล้วก็กล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการจะทำอะไร เจ้าจะไม่ให้ข้าใช้พลังแห่งภูตวิญญาณ และต้องการให้ข้าสู้กับเจ้าอย่างยุติธรรมสินะ ข้าเห็นด้วย”
เขาสะกดพลังวิญญาณในร่างของเขาเอาไว้ เนื่องจากว่าการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขาได้ถูกป้องกันเอาไว้อย่างสมบูรณ์ และหากเขาไม่อยากเปลืองแรงอีกต่อไป ก็ไม่สู้ใช้ร่างกายต่อสู้กับหญิงสาวผู้นี้ไปตรง ๆ ไม่ดีกว่าหรือ
ชายคนเมื่อครู่เป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ ดังนั้นจึงได้พ่ายแพ้! แต่เขาไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ได้สิ!”
เมื่อโล่ปีกทมิฬหายไป มู่เฉียนซีก็เข้าใกล้คู่ต่อสู้ได้ภายในพริบตาเดียวเท่านั้น
ร่างของนางเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่เย็นยะเยือก ซึ่งนางก็พุ่งเข้าจู่โจมคู่ต่อสู้อย่างดุเดือด
ปังง!
ในตอนที่การโจมตีของมู่เฉียนซีมาถึง อีกฝ่ายก็รีบหลบอย่างรวดเร็ว คิดไม่ถึงเลยว่าพลังนั้นจะทำให้แขนของเขาชาไปเลยทีเดียว!
ทันใดนั้น การโจมตีของมู่เฉียนซีก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง ด้วยความเร็วเช่นนี้ หากไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเขาก็ไ