เมื่อคนที่มาโจมตีเมืองหนามโลหิตเหล่านั้นมาถึง ก็ได้เงยหน้ามองขึ้นไปบนอากาศ และร่างเงาสีม่วงที่ละเอียดอ่อนก็ปรากฏขึ้นมาในสายตาของพวกเขา
นางก้มหน้ามองมายังพวกเขา ด้วยแววตาที่ทั้งเย็นยะเยือกและอาฆาต
ส่วนชายที่ยืนอยู่เคียงข้างนางก็เป็นเหมือนกับเทพปีศาจในคืนเดือนมืดก็มิปาน ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความอบอุ่มเลยแม้แต่น้อย ราวกับมองพวกเขาเป็นคนที่ตายไ ไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น
“ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย!”
แม้ว่าจิ่วเยี่ยจะไม่ได้ลงมือ แต่คนเหล่านั้นกลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
“ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ท่านจักรพรรดิสงครามรอท่านอยู่ที่เมืองเทพสังหาร คิดไม่ถึงเลยว่านอกจากท่านจะไม่ไปชิงเมืองเทพสังหารของท่านแล้ว แต่กลับมายังเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้เสียได้”
ริมฝีปากบางของจิ่วเยี่ยยกโค้งขึ้นอย่างเย็นยะเยือก “หลังจากที่จัดการมดปลวกอย่างพวกเจ้าแล้ว ข้าย่อมต้องไปชิงเมืองเทพสังหารกลับคืนมาด้วยตนเอง”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ฆ่าพวกมันซะ! จัดการให้เร็วที่สุด”
เมื่อเจ้าเมืองมีคำสั่ง กองกำลังของเมืองหนามโลหิตก็เริ่มโต้กลับทันที ส่วนจื่อโยวก็กลายร่างเป็นร่างเดิมและกวาดไปยังกองทัพของจักรพรรดิสงครามเหล่า