ดูเหมือนว่าอู๋หยาจะคาดเดาเอาไว้แล้วว่ามู่เฉียนซีจะลอบโจมตี ดังนั้นเขาจึงสามารถหลบหลีกการโจมตีของมู่เฉียนซีได้อย่างง่ายดาย
พลังวิญญาณก็ไม่สามารถใช้ได้ พลังในการโจมตีของร่างกายก็อ่อนแอลง อู๋หยาจึงกล่าวว่า “ใช้การโจมตีทางจิตวิญญาณ มันจะทำให้พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีลดลง”
มู่เฉียนซีเป็นคนแรกที่ถูกยอดฝีมือของเผ่าเทพและเผ่าวิญญาณร่วมมือกันจัดการเช่นนี้
ในตอนที่จิ่วเยี่ยต้องการจะช่วยแบ่งเบาให้กับมู่เฉียนซี อู๋หยาก็กล่าวขึ้นมาว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย อู๋หยาแนะนำให้พระองค์พักผ่อนก่อนจะดีกว่านะพ่ะย่ะค่ะ! พระองค์ในตอนนี้ไม่เหมาะท ที่จะใช้พลังจิตวิญญาณ หากใช้แล้วละก็ แม้ว่าหอคอยนิรันดร์จะอยู่แค่เอื้อม แต่ความพยายามทั้งหมดของพระองค์คงได้สูญเปล่าอย่างแน่นอน”
“นางเป็นถึงจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา! หากแข่งกันที่พลังจิตวิญญาณ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าใครจะเป็นฝ่ายแพ้หรือฝ่ายชนะกันแน่? พระองค์อย่ากังวลไปเลยพ่ะย่ะค่ะ” อู๋หยากล่าวปลอบใจจิ่วเยี่ ยอย่างอ่อนโยน แต่มันกลับยิ่งทำให้กลิ่นอายของจิ่วเยี่ยอันตรายมากขึ้นไปอีก
“จิตวิญญาณแห่งโชคชะตารึ!” คำพูดของอู๋หยา ทำให้เหล่าคนจากเผ่าเทพและเผ่าวิญญาณเหล่านั้นประหลาดใจเป็นอย่างมาก
หากนี่คือ