้ได้อย่างไรกัน?” มู่เฉียนซีรู้ถึงความแตกต่างระหว่างเขาและนางเป็นอย่างดี ดังนั้งจึงรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย
บางทีความสามารถของคนผู้นี้อาจจะเท่ากับจิ่วเยี่ยเลยก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ เช่นนั้นคู่ต่อสู้เช่นนี้จะรับมือได้ง่ายได้อย่างไร
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ซีเอ๋อร์ ข้าจะช่วยเจ้า! พวกเราไม่ต้องกลัวเขาหรอก”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตกลง! ไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นเช่นไร แต่ก็ต้องสู้อยู่ดี เราจะมาถอยกันตั้งแต่แรกไม่ได้”
ในมิติแห่งนี้นอกจากเปลวเพลิงแล้วก็มีแต่เปลวเพลิง มันไม่มีสิ่งของอย่างอื่นอยู่เลย ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงได้แต่กินยาลูกกลอนเพื่อฟื้นตัวเท่านั้น
มู่เฉียนซีฟื้นตัวได้รวดเร็วมาก ดังนั้นการต่อสู้ในครั้งที่สองนี้จึงจะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว
หลังจากนั้นร่างเงาที่คุ้นเคยก็ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้ามู่เฉียนซี เขาเอ่ยปากว่า “คราวนี้ เจ้าใช้พลังธาตุวารีโจมตีข้าเถอะ! หากใช้พลังธาตุอัคคี เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย ถึงจะใช้พลังธาตุวารีก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะเขาได้หรอกนะ!
แต่ทว่า ก็มีเพียงแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้นแล้วล่ะ
อย่างเช่นหากใช้พลังวิญญาณธาตุอัคค