นี้ออกมา นี่เขาต้องการที่จะทำอะไรกันแน่นะ?”
มู่เฉียนซีไม่ยอมแพ้ แม้ว่าพลังวิญญาณของนางจะถูกผลาญไปจนหมดก็ตาม นั่นก็เป็นเพราะว่านางได้รับประโยชน์มากมายจากการต่อสู้กับคนผู้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่นางใช้พลังธาตุอัคคี เหล่านั้น
นางต้องกินยาเข้าไปขวดแล้วขวดเล่า แต่อีกฝ่ายกลับดูเหมือนว่าจะไม่เสียพลังวิญญาณไปเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว มันช่างน่าโมโหจริง ๆ!
“ซีเอ๋อร์!” และหลังจากที่พลังวิญญาณของมู่เฉียนซีหมดไปอย่างสมบูรณ์ มันก็ทำให้นางยากที่จะยืนต่อไปได้ ฉะนั้นสุ่ยจิงอิ๋งจึงรีบเข้าไปพยุงมู่เฉียนซีทันที
ในตอนที่ดวงตาอันอ่อนโยนคู่นั้นจ้องมองไปยังร่างเงาสีดำมันก็ได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที นางกล่าวว่า “ความสามารถของซีเอ๋อร์ในตอนนี้ยากที่จะเอาชนะเจ้าได้ หากเจ้าไม่ต้องการป ปล่อยซีเอ๋อร์ไปก็พูดมาตามตรงเถอะ เพราะขอเพียงข้าต้องการ ข้าก็สามารถพาซีเอ๋อร์ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้อยู่ดี”
“สุ่ยจิงอิ๋ง ตอนนี้เจ้าอ่อนแอมาก หากเจ้าฝืนใช้พลัง เจ้าอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ได้” เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“เจ้าคือใครกัน?”
“ข้าเป็นใครมันไม่สำคัญหรอก” และร่างเงาสีดำนั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตามู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล