หลังจากถวายธูปสักการะเสร็จ จ้าวเข่อหรัน พาหลงเอ๋อร์ขึ้นรถม้า ออกจากวัดว่านอัน ครั้นรถม้าแล่นเข้าสู่ถนนใหญ่ นางกลับเอ่ยสั่งให้หยุด
“คุณหนู… ไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ?”
หลงเอ๋อร์เอ่ยถามอย่างฉงน จ้าวเข่อหรัน พยักหน้าเบา ๆ ดวงตา
เป็นประกาย
ๆ
“นาน ๆ จะได้ออกมาสักครั้ง อีกทั้งวันนี้อากาศก็ดีเหลือเกิน ไปเดิน เล่นสักหน่อยเถิด”
เอง”
กล่าวจบ นางก็ลงจากรถม้า
“ดีจริงเจ้าค่ะ!”
หลงเอ๋อร์รีบตามลงมาด้วยสีหน้าร่าเริง จ้าวเย่อหรัน หันไปทางสารถี
“ลุงเฉิน ท่านกลับจวนไปก่อนเถิด ข้าจะเดินเล่นสักครู่แล้วค่อยกลับ
ลุงเฉินทําท่าลังเล
“แต่ว่า คุณหนูใหญ่”
เขาอยากทัดทาน เพราะหากเกิดเรื่องใดขึ้น เขาคงหมดอนาคตใน จวนไท่ซือเป็นแน่ ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบ จ้าวเข่อหรันก็ตัดบทอย่างเด็ด
ยาต
“เอาเช่นนี้เถิด”
น้ําเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง ลุงเฉินจึงได้แต่
ถอนใจ
“เช่นนั้นคุณหนูใหญ่โปรดระวังตัว หลงเอ๋อร์ เจ้าต้องดูแลคุณหนูให้
ดี”
“วางใจเถิดเจ้าค่ะ”
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนออกไป เหลือเพียงสองนายบ่าวท่ามกลางถนน ครึกครื้น จ้าวเข่อหรัน ยืนมองผู้คนสัญจรไปมา แผงค้าหลากสี เสียงเรียก ขายดังสลับกันอย่างมีชีวิตชีวา ความรู้สึกอิสระแล่นผ่านหัวใจ ราวนกน้อยที่ เพิ่งหลุดกรง ชาติก่อน นางแทบไม่เคยออกจากจวน แม้ออกมาก็มักก้มหน้า มิกล้าชื่นชมโลกภายนอก จ้าวเย่อเหรินเคยเอ่ยกับนางว่า สตรีผู้ดีไม่ควรออก นอกจวนพร่ําเพรื่อ อีกทั้งตระกูลจงอ