อย่างไร?”
“ไม่ใช่สิ! ข้าไม่ได้สงสัยในความสามารถของคนงามหรอกนะ แต่ข้ารู้สึกว่าหากเจ้าเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยแล้วละก็ ให้เจ้าเข้าร่วมด้วยสถานะของเจ้าเมืองหนามโลหิตจะไม่ดีกว่าอย่างนั้นหรือ”
“เยี่ย เจ้ายังไม่มาโน้มน้าวคนงามอีกหรือ! นี่ไม่ได้นะ ไม่ได้อย่างเด็ดขาดเลย!”
ดวงตาของจิ่วเยี่ยจ้องมองไปที่ร่างของมู่เฉียนซี และมู่เฉียนซีจึงกล่าวกับเขาว่า “จิ่วเยี่ย เมื่อเจ้าได้ฟังเหตุผลของข้าแล้ว หลังจากนั้นจะต้องไม่ปฏิเสธแน่นอน”
มู่เฉียนซีได้อธิบายเหตุผลออกมาว่า การเริ่มสงครามของแดนนรกในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แม้ว่าเจ้าแห่งคุกนรกทั้งสามจะไม่มีความภักดีมาตั้งแต่แรก แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกลับตัดสินใจทรยศขึ้นมาอย่างกะทันหันโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“ข้ารู้สึกแม้กระทั่งว่าเรื่องทั้งหมดนี้มีอู๋หยาเป็นคนคอยหนุนหลังอยู่ เพราะเขาถูกข้าฆ่าร่างแยกของเขา ฉะนั้นตอนนี้เขาย่อมต้องพยายามแว้งกัดข้าอย่างสุดความสามารถอยู่แล้ว! ดังนั้นข้าจึงไม่ควรหลบอยู่ที่คุกโลหิตในขณะที่พวกเจ้ากำลังต่อสู้อย่างเต็มที่ และเขาก็อาจจะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้แอบเข้ามาได้อีกด้วย ฉะนั้นข้าจะต้องเข้าร่วมการต่อสู้นี้”
“ส่วนที่ว่าเพราะอะไรถึงไม่ใช้สถานะของเจ้าเมือง