จิตวิญญาณ…
เนื่องจากพวกเขาอ่อนแอเกินไป จนไม่ทันแม้แต่จะอ้อนวอนขอความเมตตา ก็ต้องกลายเป็นกระดูขาว และหายไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์เสียแล้ว
ฝูเซิงกล่าวด้วยความตื่นตกใจว่า “นี่มันจะจัดการได้สะอาดหมดจดเกินไปแล้ว”
และยังไม่ทันที่ฝูเซิงจะมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับ เขาก็ค้นพบว่าจิ่วเยี่ยผู้นั้นได้ลักพาตัวมู่เฉียนซีไปแล้ว ฝูเซิงเร่งไล่ตามไปพลางกล่าวว่า “เจ้าตัวน้อย รอข้าด้วย…”
ด้วยวิธีการเรียกเช่นนี้ ทำให้จิ่วเยี่ยเหลือบมองเขาด้วยความเย็นชา
สายตาเช่นนี้ สามารถทำให้เขาเป็นเหมือนคนที่กลายเป็นกระดูกได้เลย
หลังจากนั้นฝูเซิงก็ตะโกนต่อไปว่า “นายท่าน รอข้าด้วยสิ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝูเซิง งานจัดการให้เป็นไปอย่างเหมาะสมหลังจากนี้มอบให้เจ้าเป็นคนจัดการก็แล้วกัน วางใจเถอะ พวกของเฉี่ยอี้จะอยู่ทำงานไปพร้อมกับเจ้า ข้าขอตัวก่อน”
ฝูเซิงอยากจะกระอักเลือดออกมาจริง ๆ เจ้าตัวน้อยจะไปพลอดรักกับอ๋องจิ่วเยี่ย แต่เขากลับต้องมาทำงานอย่างยากลำบาก มันช่างน่าโมโหนัก
เฉี่ยอี้กล่าวอย่างเป็นกังวลว่า “เจ้านาย หลังจากนี้…”
“ทำงาน ทำงาน!”
ใต้เท้าเฮยเทียนกล่าวว่า “ท่านฝูเซิง มีอะไรที่พวกข้าพอจะช่วยได้บ้างหรือไม่?”
พวกเขารู้สึกว่าพระชายานั้นช่างแข็งแกร่งมา