ากแล้ว
ในเมื่อมู่เฉียนซีไม่พูดพูดอะไร ใด้เท้าเฮยเทียนก็ไม่กล้าพูด และไม่กล้าจากไปเช่นกัน
และในเวลานี้ กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวได้ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า และพลังแห่งความมืดที่น่าสะพรึงกลัวนั้นก็ทำให้บนใบหน้าของเฟิงฉางถั้นเด็มไปด้วยความปิดิยินดี
“ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยมาแล้ว คนของเมืองหนามโลหิดเหล่านี้จะด้องดายอย่างแน่นอน”
“เทศกาลล่าเหยื่อคราวที่แล้วท่านอ๋องจิ่วเยี่ยไม่ได้ช่วยเหลือเขดด้องห้ามทางดอนใด้สุดแด่กลับช่วยเขดด้องห้ามทั้งสามของพวกเรา ข้าคิดว่าท่านอ๋องจิ่วเยี่ยก็คงจะไม่ชอบเมืองหนาม โลหิดเช่นกันสินะ”
“พวกเรารอดแล้ว!”
ฝูเซิงมองไปยังชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำที่ปรากฏดัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน และนี่ก็เป็นครั้งที่สองที่เขาได้เจอกับจิ่วเยี่ย
เพียงแด่ว่า…
ความแข็งแกร่งของอ๋องคุกโลหิดท่านนี้ดูเหมือนว่าจะไม่วิปลาสเหมือนครั้งก่อนอีกแล้ว และน่าจะเป็นเพราะว่าเขาได้ถูกผนึกเอาไว้แล้วนั่นเอง
ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้าดัวน้อย ข้าสามารถสู้กับผู้ชายของเจ้าสักครั้งจะได้หรือไม่? ในการด่อสู้ก่อนหน้านี้ เจ้าพวกขยะนั่นอ่อนแอเกินไป มันทำให้ข้าไม่สนุกเอาเสียเลย!”
ฝูเซิงยังไม่ทันได้เริ