ๆ”
และในตอนนี้เอง เสี่ยวเฉี่ยกลับรู้สึกมึนศรีษะขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนเกือบที่จะล้มฟุบไปต่อหน้าต่อตาของมู่เฉียนซีเสียแล้ว
แต่ยังโชคดีที่มู่เฉียนซีเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วจนสามารถรับเขาเอาไว้ทัน มิเช่นนั้นเสี่ยวเฉี่ยได้ล้มหน้าคะมำลงไปเป็นแน่
“เสี่ยวเฉี่ย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? หรือเจ้าใช้พลังมากเกินไปอย่างนั้นหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเป็นกังวล
เสี่ยวเฉี่ยกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ข้าไม่ได้เป็นอะไร แต่เป็นเขาที่กำลังเกิดปัญหาขึ้นแล้วต่างหาก”
มู่เฉียนซีรู้ว่าเขาที่เสี่ยวเฉี่ยกล่าวถึงนั้น ก็คือฝูเซิงนั่นเอง!
ตอนนี้ฝูเซิงอยู่ที่พระราชวังโลหิต และเขาก็รู้สึกเหมือนไร้พลังไปทั่วทั้งร่าง จนเกือบที่จะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว
เจ้าโลหิตลงมือกับเขาอีกครั้ง และไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยโดนโจมตีมาก่อน
นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นอาณาเขตของเจ้าโลหิต ซึ่งมันก็มีโอกาสมากมายให้เจ้าโลหิตได้ลงมือ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถป้องกันได้เลย
ก่อนหน้านี้เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เขาก็มักจะกลายเป็นร่างเดิม และหากเจ้าโลหิตกล้ามาสัมผัสหนามโลหิตของเขา เจ้าโลหิตก็ต้องระวังที่จะถูกแทงตายเช่นกัน
แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถกลายร่างเป็นร่างเดิมได้