ภายในแววตาของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นยะเยือกออกมา ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว! เจ้าหมอนี่ช่างดื้อรั้นเกินไปหน่อยแล้วจริง ๆ
โยวจีและอ๋องไป๋กุ่ยจ้องมองฉากนี้ด้วยความตะลึงงัน “นี่มันเป็นไปไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าคนที่อ่อนแอเช่นนั้นจะสามารถพิชิตหอคอยนิรันดร์ได้!”
“ต้องรีบฉวยโอกาสตอนนี้ไปแย่งชิงมาให้ได้”
จื่อโยวกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้าฝันไปเถอะ!”
สัตว์ร้ายทั้งสองตัวนั้น ก็ดูเหมือนว่าจะสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของหอคอยจำลองเช่นกัน ดังนั้นจึงทำให้พวกมันรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที
“โฮกกกกก!”
พวกมันอดที่จะไปฉีกเนื้อคนที่กล้ามาแย่งหอคอยนิรันดร์จำลองอันนั้นของพวกมันไม่ไหวอยู่แล้ว แต่ทว่าตอนนี้พวกมันจำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งผู้นี้ก่อน
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะสามารถโลภได้หรอกนะ!”
การเหยียดหยามของจิ่วเยี่ย ทำให้พวกมันโกรธมากยิ่งขึ้นเป็นเท่าทวี
หอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์เปลี่ยนเป็นมีขนาดที่เล็กลงมาก หลังจากนั้นมันก็ลอยเข้ามาอยู่ในมือของมู่เฉียนซี และนางก็ได้ใช้พลังจิตวิญญาณทิ้งร่องรอยตราประทับไว้บนหอคอยจำลองนี้
นอกจากนี้มู่เฉียนซียังได้รับมรดกการฝึกอสูรอีกด้วย และสิ่งที่มันผนึกเอาไว้ไม่ได้มีเพียงสัตว์ร้ายสองตัวน