เข้าไปในนั้นด้วยก็พอ
กองกำลังกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ บุกเข้ามาด้วยแรงกดดันอันมหาศาส ซึ่งตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าตนเองจะครึกโครมเกินไปแล้ว
เพียงแค่ต่อสู้กับคนไม่กี่คนเหล่านี้ คิดไม่ถึงว่าจะเคลื่อนกำลังพลมามากมายเช่นนี้ มันช่างเปลืองแรงเสียจริง ๆ
และตอนนี้เฉี่ยอี้ก็ทนฟังไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เขากล่าวว่า “ท่านเจ้าเมือง ตอนนี้พวกเราสามารถปลดปล่อยจิตสังหารได้หรือยังขอรับ?”
“ไม่จำเป็นต้องเข่นฆ่าครั้งใหญ่อีกแล้ว สิ่งที่ข้าต้องการคือการจับเจ้าเมืองของพวกเขามาทั้งเป็นเท่านั้น!” มู่เฉียนซีกล่าว
เฉี่ยเอ้อร์กล่าวว่า “เฉี่ยอี้ เช่นนั้นเจ้ากับข้าและน้องชายของข้ามาแข่งกันว่าใครจะจับเจ้าเมืองได้มากกว่ากันดีหรือไม่? หากเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าจะต้องแบ่งอาหารของเจ้าครึ่งหนึ่งให้ข ข้า”
“ข้าจะไปโง่แข่งกับพวกเจ้าสองพี่น้องไปทำไมกัน ไม่มีทางหรอก! เจ้ายอมแพ้เสียเถอะ!”
สถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่นี้ ไม่ได้สร้างแรงกดดันให้เลยแม้แต่น้อย
และท่ามกลางสถานที่ที่มีกองกำลังนับแสนคนในตอนนี้ การจับผู้นำของพวกเขาก็เป็นเหมือนการละเล่นที่ไม่มีนัยสำคัญก็มิปาน
โม่อูเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของเขาแล้วกล่าวว่