างปกติว่า “จิ่วเยี่ย…”
“พวกเรา…อุ้บ…”
คำพูดที่อยากจะพูดของนาง ได้ถูกจิ่วเยี่ยผนึกเอาไว้ พร้อมกับความปรารถนาภายในหัวใจที่กำลังกรีดร้องของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว
เขารอไม่ไหวแล้ว รออีกไม่ไหวแล้ว
เขาจุมพิตมู่เฉียนซีด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม จนกระทั่งมู่เฉียนซีใกล้จะหายใจไม่ออก เขาถึงได้ยอมปล่อยนางไป
มืออันเรียวบางของมู่เฉียนซีสัมผัสไปบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยอักขระคำสาปนั้น และนางก็กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นว่า “จิ่วเยี่ย ข้ายังไม่ได้รักษาเจ้าจนหายดีเลย! ดูเหมือนว่าข ข้าคงไม่มีทางทำให้เจ้ากลายเป็นของข้าแล้วสินะ”
“ตัวเจ้าเป็นของข้า!” น้ำเสียงที่แหบพร่าดังเข้ามาในหูของมู่เฉียนซี
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ และเตรียมที่จะหายไปจากที่นี่ เขาคิดที่จะซ่อนนางไว้ในสถานที่ที่ไม่มีคน หลังจากนั้นนางก็จะเป็นของตนเขาโดยสมบูรณ์
ในตอนที่จิ่วเยี่ยออกไป ร่างเงาสีเขียวอ่อนร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งก็คือชิงอิ่งนั่นเอง
ชิงอิ่งกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ปล่อยเฉียนซะ!”
“ชิงอิ่ง เจ้าถอยออกไปซะ เร็วเข้า!” มู่เฉียนซีกล่าว
แต่ชิงอิ่งไม่ยอมถอยไปแม้แต่ก้าวเดียว เขาไม่ยอม